header
Untitled Document
Left
 
สั่งซื้อ หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว แจกฟรีทันที รักร้อนดั่งไฟ, ไฟรักผลาญใจ, ใจขอเพียงรัก, ดั่งสวรรค์สาป...ว่าให้รัก, หวานชะมัดแผนรักปล้นใจ จะเลือกเล่มใดเล่มหนึ่งหรือทั้งหมดก็ได้ ค่าส่งเล่มละ 50 บาท (เลือก 5 เล่มก็ 250 บาท) โอนเงินมาพร้อมกับการสั่งซื้อ หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว เข้าบัญชี มงคลชัย ชัยวิสุทธิ์ ธนาคารกสิกรไทย 731-2-44211-0 เสร็จแล้วส่งสลิปใบโอนเงินและชื่อที่อยู่ที่ให้จัดส่งพร้อมเบอร์โทรศัพท์ มาที่ mchaivis@hotmail.com โปรโมชันนี้ถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2559 เท่านั้น รีบหน่อยนะคะก่อนหนังสือจะหมด

Click
เสน่หาซาตาน บทที่ 25
โดย minikunnoo เมื่อ 2013-01-05
บทที่ 25

ปีระกาดิ้นรนอย่างไร้ทางรอด เธอทั้งดิ้นไปมาและจิกมือลงที่แขนของรสรินเผื่อว่าหญิงสาวจะยอมปล่อย แต่ก็ไร้ผล กระทั่งมีเสียงดังอึกทึกครึกโครมทีด้านล่าง ทำให้รสรินเผลอคลายมือ ทำให้ปีระกาดิ้นรนจนหลุดออกมาได้

“นังบ้า มานี่” รสรินไม่วายจะห่วงว่าปีระกาจะหนีหาย แต่ปีระกาก็ไวพอที่จะหลบพ้นมือของรสริน

ปีระกาวิ่งหนีออกมา ก่อนจะต้องตกใจกับภาพที่เห็น เด็กสาวหลายคนวิ่งวุ่นไปมาในบ้าน

“นี่แกคิดว่าจะหนีฉันพ้นงั้นเหรอ นังไก่ มานี่...” รสรินคว้าจับที่แขน ก่อนจะอ้าปากค้างกับภาพตรงหน้า “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน เจ้านายพวกแกอยู่
ไหน” รสรินเรียกถามใครคนหนึ่งขณะที่มือเอื้อมไปจับปีระกาเอาไว้

“ตำรวจครับ ตำรวจบุกมาได้ยังไวไม่รู้ ถ้าคุณไม่รีบหนี เดี๋ยวก็โดนจับหรอก เสี่ยหนีไปแล้วครับ” มันบอกแล้วรีบวิ่งออกไป

รสรินมองไปรอบๆ เห็นแต่ความอลหม่าน สักครู่ เธอจึงเห็นเสี่ยจุมพลวิ่งออกมาทางเธอ

“รีบหนีก่อน ตำรวจแห่มาเต็มบ้านไปหมด” จุมพลวิ่งเข้าประชิด จับที่แขนของรสริน

“จะไปไหน ตำรวจมาเต็มไปหมด” รสรินมองซ้ายมองขวาเลิกลักพอกัน
ไม่ทันจะได้เตรียมการหลบหนี ตำรวจหลายนายวิ่งเข้ามาระยะประชิด ทำให้ทั้งสองหมดทางไป

“พวกเราล้อมที่นี่ไว้หมดละ มอบตัวซะเถอะ เสี่ย” มานพ นายตำรวจยศหมวดเพื่อนของกานต์ชนกที่ถูกขอร้องให้มาช่วยเรื่องคดีและการตามหาตัวปีระกาในครั้งนี้ร้องบอกกับเสี่ยจุมพลเมื่อเห็นว่าทั้งคู่จนมุม

“ไม่ ถอยออกไป ไม่งั้นนังนี่ตาย” เสี่ยจุมพลแย่งปีระกาไปจากมือของรสริน แล้วเอาปืนจี้ที่เอวไว้

“โรส ปล่อยไก่นะ คุณมีอะไรก็คุยกับผม ไม่เห็นต้องดึงไก่เข้ามาเกี่ยว” กานต์ชนกร้องบอกขณะที่ยืนอยู่ข้างๆมานพอย่างไร้อาวุธ

“อ๋อ นี่คุณมาช่วยมันเหรอคะกานต์ โรสไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะ ว่าคุณจะตามมาถึงนี่ ดมกลิ่นเก่งจริงๆเลยนะคะ” รสรินพูดจายั่วยวน ยิ้มเยาะมองปที่ปีระกา ก่อนจะมองกลับมาที่กานต์ชนกแล้วแสดงสีหน้าไม่สะทกสะท้านใดๆ

รสรินที่เคยอ่อนหวานไม่มีอีกแล้ว ในตอนนี้ หลงเหลือเพียงแค่ผู้หญิงใจสกปรกที่อยู่ในร่างของผู้หญิงที่กานต์ชนกเคยรักเท่านั้น ชายหนุ่มมองไปที่ปีระกา มองสภาพของหญิงสาวอีกคนที่รักสุดหัวใจแล้วใจแทบสลาย

ปีระกาในตอนนี้สภาพเหมือนเพิ่งโดนทารุณกรรมมาหนัก ร่างกายมอมแมม ใบหน้าที่เคยสดใสกลับมีแต่คาบเลือดเกรอะกรัง เขียวช้ำไปหมด ถ้าเป็นคนอื่น คงจะสลบไปหลายรอบแล้วกระมัง แต่ปีระกาก็ยังกัดฟันทน ทั้งที่สภาพไม่น่าทนได้ขนาดนั้น

“ถอยไปนะ ไม่งั้นนังนี่ตายจริงๆด้วย” เมื่อเข้าตาจน เสี่ยจุมพลก็ต้องหาทางรอดให้ได้ เขาขยับก้าวไปอีกทาง ในขณะที่ตำรวจเองก็ก้าวไปทางด้วยระยะห่างที่เท่าเทียมกัน

“คิดดีๆนะเสี่ย เสี่ยไม่มีทางหนีแล้ว ปล่อยตัวประกันซะเถอะ ถ้าตัวประกันป็นอะไร เสี่ยก็ไม่มีทางรอด” มานพร้องเตือน ขณะที่ตนเองเดินวนไปจนยืนอยู่ที่กำแพงแทนที่ ส่วนเสี่ยจุมพลกับรสรินพาปีระกาไปที่บันไดเพื่อเตรียมหนีแล้ว

“พวกแกไม่ต้องพูดมาก ยังไงคนอย่างฉันก็ไม่มีทางให้แกจับฉันได้ง่ายๆหรอก” เสี่ยจุมพลว่า แล้วมองไปที่รสริน

หญิงสาว มองหน้าอดีตสามีของตนด้วยความหวัง หวังว่าเขาจะพาเธอไปด้วย และเมื่อเสี่ยจุมพลส่งสายตามา เธอพร้อมที่จะฝากชีวิตไว้กับเขาในทันที

“โรส คุณเชื่อผมนะ มันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะทำแบบนี้” กาน๖ชนกเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน

“ใช่สิ คุณรักมัน คุณไม่ได้รักโรส เพราะฉะนั้น ก็อย่าหวังเลย ว่าจะได้อยู่กับมัน ไม่มันก็โรส ต้องมีใครคนที่ต้องตาย ต้องไม่ใช่โรส” รสรินร้องขู่ แผดเสียงดังลั่นเหมือนคนบ้าคลั่ง ทึ้งผมของปีระกาจนหน้าเธอหงายเงิบไปด้านหลัง

“อย่า...” กานต์ชนกร้องอย่าบ้าคลั่งพอกัน เขาเตรียมจะถลาเข้าไปหา แต่เสี่ยจุมพลและรสรินก็ดึงปีระกาให้ออกห่างไปเช่นกัน พวกเขาทำท่าเหมือนจะจับปีระกาโยนลงไปจากบันได กานต์ชนกแทบจะกระโจนเข้าไปขย้ำเสียให้ได้

“อย่าทำแบบนั้น เอาล่ะ โรส คุณต้องการอะไร” กานต์ชนกต้องยอมถอยออกมา ปีระกาจึงกลับมายืนด้านหน้าทั้งคู่อีกครั้ง

“ไม่มีประโยชน์อะไรที่ต้องคุย สั่งให้ตำรวจลดปืนลง ไม่งั้นนังนี่ตาย” รสรินถลึงตาใส่ กานต์ชนกมองเพื่อนหนุ่ม นายตำรวจพยักหน้า ยอมที่จะลดปืนลง

เสี่ยจุมพลคิดจะหนี เขามองออกว่ารสรินจะไม่ยอมจบเกมส์นี้ง่ายๆ แต่หากยังเป็นเช่นนี้ เขาจะหมดโอกาสรอด เพราะรสรินยอมที่จะเสี่ยง เสี่ยงหมดทุกอย่าง เพราะเธอคิดว่าจะไม่มีอะไรดีขึ้น จึงคิดจะแลกทุกอย่างด้วยชีวิต
แต่ต้องไม่ใช่เขา เพราะเขายังต้องการเอาชีวิตรอดเท่านั้น

ระหว่างที่รสรินกำลังบ้าเลือดต่อรองด้วยลมปากกับกานต์ชนก เสี่ยจุมพลอาศัยจังหวัดดันปีระกาออกห่างจากตัวรวมไปถึงผละออกมาจากรสรินด้วย ทำให้สองสาวกลายเป็นเกาะกำบังอย่างดี

เสี่ยจุมพลวิ่งถลาลงจากบันไดโดยลืมไปว่ามีตำรวจอีกมากรออยู่ด้านล่าง นั่นทำให้เขาหมดทางรอด รสรินมองเสี่ยจุมพลตาค้างไปนิด เธอคว้าตัวปีระกาเอาไว้ได้ก่อนที่หญิงสาวจะทันได้คิดหนีไป จะว่าไป ปีระกาคงไร้ทางหนี เพราะเธอบอบช้ำจนไร้เรี่ยวแรง

และเพียงแค่ชั่วอึดใจ กานต์ชนกไม่ทันที่จะพูดอะไร รสรินก็ตัดสินใจทำอะไรบางอย่างที่ทุกคนต้องตกตะลึงไปตามๆกัน

“ไม่ อย่านะ...” สิ้นเสียงของกานต์ชนกเพียงเท่านั้น ร่างของปีระกาถูกรสรินเหวี่ยงอย่างแรงจนกลิ้งลงไปตามบันได และหยุดอยู่ที่ขั้นล่างสุด สีหน้าของกานต์ชนกซีดเผือด วินาทีนั้นเขาอยากจะเข้าไปขย้ำคอรสรินเสียใฝห้ได้ ติดที่ตำรวจเข้ามากันเอาไว้และรวบตัวรสรินเอาไว้ได้ก่อน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันเหมือนคนสิ้นสติของรสรินที่ฟังแล้วช่างแสลงหูเหลือเกิน

“ไก่” กานต์ชนกถึงร่างของปีระกาก่อน หญิงสาวตาปรือ ไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดใดๆทั้งสิ้น ก่อนที้เธอจะหลับไปในที่สุด

“หมอ ไอ้หมอ อยู่ไหน หมอ ช่วยไก่ด้วย” กานต์ชนกเรียกหาหมอชานนท์ ตำรวจหลายนายวิ่งเข้ามาดูพร้อมกับเรียกรถพยาบาลให้ กว่าหมอชานนท์จะมา กูผ่านไปหลายนาทีแล้ว

“พาไปโรงพยาบาล” หมอชานนท์สั่ง กานต์ชนกจึงช้อนร่างของปีระกาขึ้นและพาไปส่งโรงพยาบาล

........................


กว่าเรื่องยุ่งๆจะผ่านไป ก็เล่นเอาเหนื่อยกันไปหมด ปีระกาเองก็หลับยังไม่ฟื้น ท่ามกลางความตื่นตกใจของทุกคนโดยเฉพาะคุณหญิงรติมาที่เฝ้าอยู่ไม่ยอมห่าง

“เจ้าไก่นอนนานจนเกินไปแล้วนะ” คุณหญิงบ่นระคนสงสัย

“ยัยไก่คงเหนื่อยค่ะคุณย่า ดูสิคะ ช้ำไปหมดทั้งตัวเลย” เนตรนภัสมองปีระกาด้วยความสงสาร กานต์ชนกยังนั่งจับมือของเธอเอาไว้อย่างถนุทนอม

“ถ้าเจ้าไก่กับหลานฉันเป็นอะไรไป ย่าจะเล่นงานเจ้าซะให้เข็ดเลยนะเจ้ากานต์” คุณหญิงคาดโทษ กานต์ชนกทำได้แค่พยักหน้าหงึกหงัก

“ถ้าไก่กับลูกเป็นอะไรไป ผมจะไม่ให้อภัยตัวเองเลยครับคุณย่า” เขาว่า แล้วแนบหน้ากับมือของปีระกา

ไม่นานนักหญิงสาวที่นอนแน่นนิ่งก็ขยับตัวก็เริ่มกระดิกนิ้วให้กานต์ชนกได้ยิ้มออกอีกครั้ง

“ไก่ คุณย่าครับไก่ ฟื้นแล้ว”

ทุกคนเข้ามารายล้อมด้วยความตื่นเต้น ปีระกาค่อยๆลืมตาขึ้นและมองไปรอบๆอย่างเหนื่อยอ่อน

“คุณกานต์ คุณท่าน คุณเนตร” ปีระกาไล่เรียงรายชื่อที่ได้เห็นหน้า

“ไก่ เป็นยังไงบ้าง เธอยังเจ็บอยู่ไหม” กานต์ชนกถาม และบีบมือของปีระกาเอาไว้แน่น

“เจ็บค่ะ โดยเฉพาะที่มือ” ปีระกาบอกเสียงอ่อน กานต์ชนกทำหน้าแหย ก่อนจะคลายมือออกและจับไว้แบบหลวมๆ

“ฉันขอโทษ เธอเจ็บตรงไหนอีกหรือเปล่า” น้ำเสียงแสนห่วง กับดวงตาอ่อนโยนทำให้ปีระการับรู้ได้ถึงความรักที่กานต์ชนกมีให้ แต่หญิงสาวกลับเมินหน้าหนีแล้วเอ่ยพูดกับคุณหญิงแทน

“ลูกของไก่ ลูกละคะคุณท่าน”

“ลูกของเรายังอยู่ ปลอดภัยดี” กาน๖ชนกรีบตอบแทน เขายิ้มให้อย่างอ่อนโยน พยายามจะพูดคุยกับปีระกาแต่หญิงสาวแสร้งไม่สนใจ

“คุณท่านคะ คุณโรส”

“โดนตำรวจจับไปแล้วล่ะ พร้อมกับเสี่ยนั่น โดนทั้งคู่” คุณหญิงบอก เอื้อมมือไปลูบแก้มของปีระกาเบาๆ

“คุณเนตรคะ ช่วยติดต่อหมออาทิตย์ให้หน่อยสิคะ บอกเขาว่าไก่ได้รับบาดเจ็บ คงเดินทางไปตามกำหนดเดิมไม่ได้แล้ว” ปีระกาบอกกับเนตรนภิส

“ไม่ต้องแล้วล่ะไก่ เนตรโทรหาหมออาทิตย์ให้แล้ว และบอกหมอไปแล้วว่าไก่จะไม่กลับไป”

“ทำไมล่ะคะ” ปีระกาเอียงคองง

“พี่กานต์จ่ายเงินทุนแทนเธอเรียบร้อยแล้ว และแจ้งทางโรงพยาบาลไปแล้วว่าเธอจะไม่เข้าทำงานที่นั่น เพราะเธอกำลังเป็นคุณแม่ไงล่ะ”

ฉับพลัน ปีระกาหันมองกานต์ชนกหน้านิ่วคล้ายจะไม่พอใจ ก่อนจะถอนใจออกมาแรงๆ แล้วทำท่าจะหลับ

“ไก่เหนื่อยจังค่ะ ขอพักหน่อยนะคะ” จากนั้นหญิงสาวก็ปิดเปลือกตาลงแล้วนอนนิ่ง ท่ามกลางสายตาของกานต์ชนกที่ยังคงมองตาละห้อยอยู่ข้างเตียง
มือใหญ่ที่เคยจับกุมมือบอบบางของปีระกาเอาไว้บัดนี้ประสานกันไว้ตรงหน้า ปีระกาดึงมือหนีและไม่ยอมให้กานตชนกจับอีก

“เอาไว้รอเจ้าไก่มันหายดีก่อน ย่าจะจัดการให้” คุณหญิงแตะที่ไหล่เบาๆ กานต์ชนกทำได้เพียงแค่พยักหน้าเบาๆ

“พี่กานต์อย่าคิดมากสิคะ ไก่ไม่ใช่คนใจแข็งอะไรหรอก ไก่รักพี่กานต์มากเนตรรู้ เดี๋ยวออกจากโรงพยาบาลมันต้องดีขึ้นค่ะ” เนตรนภัสเองก็ปลอบใจพี่ชายเบาๆ กานต์ชนกทำได้แค่เพียงมองไปยังปีระกานิ่งๆ คล้ายจะคิดอะไรไปไกล เขาเป็นห่วงเธอ เป็นห่วงลูก เขารักเธอมาก และหวังว่าสิ่งที่เนตรนภัสพูดจะเป็นเรื่องจริงขึ้นมา


.................
ความคิดเห็นที่ 1

เพิ่งจะคิดได้นะนายกานต์
โดย panon เมื่อ 2013-01-07 จำนวนโพสรวม 78 ครั้ง
หมายเหตุ : เข้าสู่ระบบก่อน จึงจะโพสความคิดเห็นได้
Untitled Document