header
Untitled Document
Left
 
สั่งซื้อ หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว แจกฟรีทันที รักร้อนดั่งไฟ, ไฟรักผลาญใจ, ใจขอเพียงรัก, ดั่งสวรรค์สาป...ว่าให้รัก, หวานชะมัดแผนรักปล้นใจ จะเลือกเล่มใดเล่มหนึ่งหรือทั้งหมดก็ได้ ค่าส่งเล่มละ 50 บาท (เลือก 5 เล่มก็ 250 บาท) โอนเงินมาพร้อมกับการสั่งซื้อ หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว เข้าบัญชี มงคลชัย ชัยวิสุทธิ์ ธนาคารกสิกรไทย 731-2-44211-0 เสร็จแล้วส่งสลิปใบโอนเงินและชื่อที่อยู่ที่ให้จัดส่งพร้อมเบอร์โทรศัพท์ มาที่ mchaivis@hotmail.com โปรโมชันนี้ถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2559 เท่านั้น รีบหน่อยนะคะก่อนหนังสือจะหมด

Click
บ่วงตะวัน ตอนที่ 1
โดย minikunnoo เมื่อ 2013-02-12
บทที่ 1

ในพิธีสวดอภิธรรมศพคืนสุดท้าย รวิกานต์นั่งอยู่หน้าที่ตั้งศพของผ่อง มารดาที่จากไปเพราะอุบัติเหตุอย่างกระทันหัน มีแขกมาร่วมงานเพียงไม่กี่คน หนึ่งในนั้นคือคุณหญิงรุจี และวศิน หรือคุณศินของผ่องนั่นเอง

“หักห้ามใจเถอะนะตะวัน ต่อไปนี้ ฉันจะดูแลเธอเอง” คุณหญิงรุจีวางมือลงบนไหล่บอบบางของรวิกานต์ เด็กสาวหันหน้าไปมองสบตาเพียงนิด และหันกลับมามองภาพถ่ายขาวดำของมารดาน้ำตาไหลเอ่อ

“เพราะตะวัน แม่ถึงต้องจากไป เพราะตะวัน” เด็กสาวร้องไห้โฮซบหน้าลงกับมือทั้งสองไม่อายสายตาใคร

“อย่าคิดอย่างนั้น ไม่งั้น ผ่องจะนอนตายตาไม่หลับ ถ้าตะวันยังโทษตัวเอง” คุณหญิงทำได้แค่ปลอบใจ เท่านั้น “เชื่อฉันนะ ถ้าอยากให้แม่ตายอย่างสงบและไม่มีห่วง ก็มาอยู่กับฉัน เดี๋ยวจะให้นายชิดกับมะลิไปช่วยจัดการเรื่องข้าวของ ย้ายมาอยู่ด้วยกันเสีย จะได้ไม่ต้องอยู่ที่ห้องเช่าคนเดียว”

“แต่คุณศิน” ดวงตาบอบช้ำปรายไปทางหลานชายคุณหญิง ก่อนจะรีบหลบสายตาเมื่ออีกฝ่ายกำลังนั่งจ้องอยู่

“ศินเขาไม่ว่าอะไรหรอก เขารับปากผ่องว่าจะดูแลเรา เขาก็ต้องดูแล”

“แต่”

“พอแล้ว ทำตามที่ฉันสั่ง เสร็๗จากงานศพแม่ ไปเก็บของแล้วมาอยู่กับฉันที่บ้าน ฉันจะส่งเสียให้เรียน ตามนี้นะ” คุณหญิงพูโรวบรัดตัดความ แล้วเดินกลับไปนั่งที่ของตน

งานสวดศพเป็นไปอย่างเงียบเหงา รวิกานต์ยังคงเศณ้าและเซื่องซึม กระทั่งเสร็จจากงาน มะลิพารวิกานต์กลับบ้าน เพื่อช่วยเก็บข้าวของ พรุ่งนี้วันเผา จะได้ย้ายเสียเลย

“คุณยายคิดดีแล้วเหรอครับ” วศินเอ่ยเสียงเครียดเมื่อก้าวลงจากรถตามผู้เป็นยายเข้าไปในบ้าน

“เรื่องอะไรล่ะตาศิน” ถึงพอจะเดาได้ แต่ก็ไม่อยจะฟันธงว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

“เรื่องยัยเด็กนั่น” น้ำเสียงติดฉุนเล็กน้อยเมื่อต้องเอ่ยถึงลูกสาวของแม่นม
สุดที่รัก

“ตะวันไม่เหลือใครแล้วนะศิน ผ่องเองก็ไว้ใจให้ศินดูแลไม่ใช่เหรอ ยายว่า เลี้ยงแกไว้เถอะ คิดซะว่าทำบุญนะ”

“แต่เด็กนั่นจะก่อปัญหาให้คุณยายนะครับ” วศินยังตั้งแง่ ไม่อยากจะคิดภาพตอนที่รวิกานต์ต้องย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน

“เราน่ะ อคติเกินไปหรือเปล่า” คุณหญิงรุจีนั่งลงที่โซฟาบุนวมขนาดใหญ่ภายในห้องรับรองแขก เปิดทีวีและเอนตัวลงพิงให้สบาย

”ผมไม่ได้อคติ แต่เด็กนั่นเป็นตัวปัญหา คุณยายไม่เห็นเหรอครับ เด็กนั่นสร้างเรื่องให้น้าผ่องมากี่ครั้งแล้ว แบบนี้ คุณยายยังจะไว้ใจให้มาอยู่ด้วยกันอีกเหรอครับ ผมไม่ต้องไปแก้ปัญหาให้ เหมือนตอนที่น้าผ่องยังอยู่เหรอครับ” วศินกระแทกตัวลงนั่ง ปลดเนคไทม์ลง วางเสื้อสูทไว้ข้างตัว

“เอาล่ะๆ ยายก็พอจะได้ยินมาบ้างเรื่องพวกนั้น แต่ยายไม่อยากให้ตะวันต้องอยู่ตามลำพัง ตะวันยังเด็ก เอาไว้เราค่อยๆอบรมสั่งสอนเอาก็ยังได้ ยายจะจัดการเรื่องพวกนั้นเอง ยายจะเป็นคนอบรมเอง ตกลงไหม” คุณหญิงรุจียื่นข้อเสนอ

“แต่ผมไม่คิด”

“คิดว่าเห็นแก่ผ่องนะตาศิน ผ่องคงไม่อยากให้ลูกสาวคนเดียว ต้องอยู่อย่างทนทุกข์ทรมาน ถ้าเราไม่เอาแกมาดูแล แกอาจจะกลายเป็นเด็กที่เหลวแหลกก็ได้ ศินอยากให้ผ่องนอนตายตาไม่หลับหรือ” ผู้เป็นยายแตะมือลงที่ขาท่อนบนของหลานชาย สายตาวิงวอนร้องขอ

“ก็ได้ครับ ผมทำเพื่อน้าผ่อง คุณยายอย่าหวัง ว่าผมจะเห็นว่าเด็กนั่นดี ไม่มีทาง” วศินคว้าเสื้อสูทของตัวเอง แล้วเดินขึ้นไปด้านบน

คุณหญิงรุจีมองตามส่ายหน้าเบาๆ ไม่ใช่ว่านางจะไม่รู้ความรู้สึกของหลานชายคนเดียว วศินไม่ชอบรวิกานต์ ไม่ชอบตั้งแต่ที่รู้ว่าผ่องกำลังท้องและต้องย้ายออกไป ความคิดแบบเด็กๆของวศินคือ ถ้ารวิกานต์ไม้กิดมา ผ่องก็จะอยู่กับเขาตลอด

พอรวิกานต์โตขึ้น ผ่องกลับมาทำงานที่บ้านและพาเด็กหญิงมาด้วยตลอด รวิกานต์ตามติดผู้เป็นแม่ ทำให้วศินยิ่งไม่พอใจ พวกเขาห่างกันเกือบสิบปี และมีหลายครั้งที่วศินผมั่นไส้รวิกานต์และกลั่นแกล้งแบบไม่มีสาเหตุ
กระทั่ง วศินไปเรียนต่อต่างประเทศกว่าห้าปี กลับมา ก็เป็นผู้บริหารโรงแรมคนใหม่ ตอนนี้วศินยี่สิบหกปี ส่วนรวิกานต์นั้นเดพียงสิบเจ็ดเท่านั้น พอเจอหน้ากันก็เกิดเรื่องเลวร้ายที่ทำให้วศินฝังใจ ด้วยความเข้าใจแบบผิดๆ ว่ารวิกาต์เป็นเด็กใจแตกที่ต้องการผู้ชายตลอดเวลา เพียงเพราะเธอถูกเพื่อนๆของเธอหลอกเอาเหล้าผสมในน้ำผลไม้และจัดจากเพื่อแกล้งเล่นลงในโซเซี่ยล เพียงเท่านั้น วศินเชื่อสนิทใจว่ารวิกานต์ เป็นผู้หยิงเหลวแหลกตลอดมา

กระทั่ง รวิกานต์ทำให้แม่ของเธอต้องตาย แม่ของเธอ เพื่อปกป้องผู้หญิงเหลวแหลกอย่างเธอ ยอมที่จะสละชีวิต เพื่อปกป้องผู้หญิงที่ไร้ค่าอย่างรวิกานต์ นั่นคือสิ่งที่ชายหนุ่มยอมรับไม่ได้จริงๆ


ห้าปีผ่านไป


รวิกานต์เรียนจบ และกำลังจะเข้าทำงานที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทั้งคู่คุยกันนับคำได้ รวิกานต์พยายามทำทุกอย่างเพื่อไม่ต้องอยู่ใกล้ๆวศิน แต่โชคชะตาก็บีบบังคับ เมื่อคุณหญิงรุจีต้องการให้รวิกาต์ทำงานที่โรงแรม ในตำแหน่งเลขาของวศิน แทนนงนุช เลขาเก่าที่ลาไปคลอดลูกและอาจไม่กลับมาทำงานอีก

“ไม่เอาครับ” ทันทีที่ได้ยินผู้เป็นยายบอกถึงเรื่องเลขาคนใหม่ระหว่างที่นั่งทานอาหารเย็นด้วยกัน วศินก็เอ่ยประโยคนี้ออกมาแบบไม่ต้องคิด สายตามองไปยังคนต้นเรื่องด้วยความรังเกียจสุดชีวิต

คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามบีบมือตัวเองแน่น ในใจเต้นแรง มือร้อนผะผ่าวรวมไปถึงใบหน้าที่เริ่มชาดิกจากสิ่งที่ได้ยิน

“หมายความว่ายังไง ไม่เอา” คุณหญิงรุจิหน้าม้านไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าวศินจะปฏิเสธเสียงแข็ง

“ก็หมายความตามนั้นแหละครับ ผมไม่เอาเด็กนี่” เขาย้ำชัด นิ้วของเขาชี้ไปที่หน้าของรวิกานต์

“แต่ยายจะเอา ตะวัน ตั้งแต่พรุ่งนี้ ไปทำงานกับคุณศิน ได้ยินมั้ย” คุณหญิงรุจีหันไปสั่งรวิกานต์ หญิงสาวเงยหน้าเหลือบมองวศินเพียงนิดก่อนจะก้มหน้างุด

“คุณยายครับ” วศินร้องเรียกผู้เป็นยายเสียงเครียด

“ถ้ายังคิดว่ายาย เป็นยายของแก แกต้องพาตะวันไปทำงานด้วย ตั้งแต่พรุ่งนี้ ถ้าแกไม่พอตะวันไปทำงาน ถือว่าแกไม่เห็นยายอยู่ในสายตา ฉันก็จะคิดว่าแกไม่ใช่หลานฉันเหมือนกัน” คุณหญิงพูดจบก็เดินหนีไปด้านบน ทิ้งให้รวิกานต์ต้องเผชิญกับคนที่เกลียดตนเองตามลำพัง

รวิกานต์กำลังคาดเดา สายตาที่ส่งรังสีอำมหิตมากำลังคิดจะทำอะไร ไม่แน่ เขาคงจะหาถ้อยคำต่อว่าต่อขานเธออยู่เป็นแน่

“นี่ อย่าเพิ่งไป” วศินเรียกเอาไว้ก่อนที่รวิกานต์จะเดินเข้าไปในครัว

“คะ คุณศิน” รวิกานต์สั่น เพียงแต่วศินไม่ทันสังเกตุ เพราะเขากำลังโมโห

“มานี่” มือใหญ่เอื้อมคว้าเข้าที่แขน กระชากแรงๆให้เดินตาม

“คุณศินคะ ตะวันเจ็บ ปล่อยสิคะ” หญิงสาวร้องเสียงหลง ถูกลากแบบไร้ความปราณีไปที่ห้องหนังสือ ส่วนที่วศินชอบมากที่สุดในบ้าน และมักจะมาขลุกอยู่ที่นี่เสมอ

“โอ้ย” รวิกานต์ถูกโยนไปอีกทาง สีข้างของเธอกระแทกเข้ากับโต๊ะตัวใหญ่ภายในห้อง วศินมองอย่างไร้ความเมฆตา

“เอไปอ้อนขออะไรคุณยาย ทำไมคุณยายต้องให้เธอไปทำงานกับฉัน” วศินเท้าสะเอว น้ำเสียงดุดัน มองด้วยหางตาแบบไม่ชอบใจ

“เปล่าค่ะ ตะวันก็เพิ่งรู้” รวิกานต์ตอบเสียงสั่น สีหน้ายังไม่คลายความเจ็บปวด

“เพิ่งรู้ โกหก เธอคงจะอ้อนขอให้คุณยายส่งเธอไปอยู่กับฉันสินะ ทำไม อยากได้อะไรล่ะ” วศินส่งเสียงคำรามใส่ รวิกานต์คอหดเมื่อได้ยินเข้า

“ตะวันเปล่าค่ะ คุณท่านสั่งตะวันแค่นั้น แค่ให้ไปทำงาน”

“คุณยายให้เธอเท่าไหร่”

“ค่าอะไรคะ” รวิกานต์ย่นคิ้ว แสดงสีหน้าไม่เข้าใจ

“ค่าแรงไงล่ะ คุณยายจ้างเธอเท่าไหร่ ฉันให้เป็นสองเท่า แล้วไม่ต้องไป”

“คุณท่านไม่ได้บอกค่ะ ตะวันก็เพิ่งรู้พร้อมๆกับคุณว่าต้องไปทำงานให้คุณ”

“ไม่จริง คุณยายจ่ายให้เธอเท่าไหร่บอกมา ฉันจะจ่ายให้เธอมากกว่า แต่ห้ามเธอไปทำงานที่โรงแรมเด็ดขาด” วศินเริ่มโมโห คว้าข้อมือบางมาจับเอาไว้ สีหน้าเขาแทบจะกินรวิกานต์เข้าไปได้แล้วในตอนนี้

“ทำไมคุณศินถึงไม่อยากให้ตะวันไปทำงานที่โรงแรมล่ะคะ” เหมือนเป็นคำถามที่ควรจะเอ่ยออกมา

วศินหันมองตาขวาง แล้วยกยิ้มที่มุมปากคล้ายจะเยาะเบาๆ

“ไม่น่าจะถามนะ เพราะไม่อยากจะต้องเห็นหน้าเธอทุกวันน่ะสิ แค่ที่บ้าน ก็รำคาญจะแย่อยู่แล้ว” เขาทำเสียงขึ้นจมูก คนฟังเจ็บจี๊ดเข้าไปข้างในอก กัดริมฝากแน่น

“เข้าใจแล้วค่ะ ตะวันจะบอกคุณท่าน ว่าตะวันจะไม่ไปทำงานกับคุณ เท่านั้นใช่ไหมคะ ที่คุณต้องการ” รวิกานต์กัดฟันเก็บอาการ แม้ข้างในน้ำตาจะไหลนองไปเรียบร้อยแล้วก็ตาม

วศินดูจะอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคนั้น เขาไม่คิดว่ารวิกานต์จะกล้าขัดคำสั่งของคุณยาย และที่เขามั่นใจนักหนาคือ หญิงสาวไม่มีทางไปยกเลิกคำสั่ง เพราะต้องการไปทำงานกับเขา รวิกานต์กำลังหวังอะไรบางอย่างแน่นอน

“แค่นี้ใช่ไหมคะ ที่คุณศินจะพูด ตะวันขอตัวนะคะ มีงานต้องทำ” รวิกานต์เบี่ยงตัวหลบ และเดินออกมาจากห้องหนังสืออย่างเร็วไว

วศินได้แค่มองตามด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ไม่คิดว่ารวิกานต์จะกล้ามีปากเสียงกับเขา เพราะโดยปกติ หญิงสาวจะเป็นคนที่เงียบและทำตามเขามาตลอด

“ให้มันแน่เหอะ ยัยเด็กแสบ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ ว่าเธอกำลังคิดจะทำอะไร” วศินขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน อารมณ์หงุดหงิดยังไม่จางหาย ชายหนุ่มกระแทกตัวลงนั่งที่เก้าอี้อย่างแรง แต่ไม่ช่วยให้อารมณ์ฉุนเฉียวลดลง เขาต้องทำอะไรบางอย่าง ต้องตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม ไม่เช่นนั้น เรื่องที่เขากลัว จะต้องเกิดขึ้น

............................
หมายเหตุ : เข้าสู่ระบบก่อน จึงจะโพสความคิดเห็นได้
Untitled Document