header
Untitled Document
Left
 
สั่งซื้อ หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว แจกฟรีทันที รักร้อนดั่งไฟ, ไฟรักผลาญใจ, ใจขอเพียงรัก, ดั่งสวรรค์สาป...ว่าให้รัก, หวานชะมัดแผนรักปล้นใจ จะเลือกเล่มใดเล่มหนึ่งหรือทั้งหมดก็ได้ ค่าส่งเล่มละ 50 บาท (เลือก 5 เล่มก็ 250 บาท) โอนเงินมาพร้อมกับการสั่งซื้อ หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว เข้าบัญชี มงคลชัย ชัยวิสุทธิ์ ธนาคารกสิกรไทย 731-2-44211-0 เสร็จแล้วส่งสลิปใบโอนเงินและชื่อที่อยู่ที่ให้จัดส่งพร้อมเบอร์โทรศัพท์ มาที่ mchaivis@hotmail.com โปรโมชันนี้ถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2559 เท่านั้น รีบหน่อยนะคะก่อนหนังสือจะหมด

Click
บ่วงตะวัน ตอนที่ 3
โดย minikunnoo เมื่อ 2013-02-23
บทที่ 3

รถของวศินจอดเทียบที่ทางเข้าของโรงแรม มีคนเปิดประตูให้ชายหนุ่ม รวมไปถึงรวิกานต์ หญิงสาวลงมายืนหน้าเหวอ เพราะไม่ค่อยคุ้นเคยกับการทำเช่นนี้มาก่อน วศินมองไปที่หญิงสาวแล้วทำสีหน้าเหมือนเย้นหยันเล็กน้อย แล้วเดินมาหยุดตรงหน้า

“รับไปสิ” เขายื่นกระเป๋าใส่เอกสารและเสื้อสูทให้กับรวิกานต์

“คะ” หญิงสาวทำหน้างง ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร

“เอาไปสิ นี่มันหน้าที่ของเลขา แล้วอย่าทำให้ฉันต้องขายหน้า ฉันไม่ชอบ” วศินขยับตัวเข้าไปใกล้ สายตามองไปที่อื่น แต่ปากเอ่ยกับรวิกานต์เบาๆ น้ำเสียงสั่งการ

“ค่ะ” รวิกานต์รับคำสั้นๆ พร้อมหิ้วของพะรุงพะรังเดินตามเจ้านายคนใหม่เข้าไปด้านใน

ตั้งแต่หน้าประตูโรงแรม จนกระทั่งถึงลิฟต์สำหรับพนักงาน มีแต่คนคอยก้มหัวให้วศินตลอด รวิกานต์ไม่แปลกใจ คนอย่างวศิน ย่อมมีคนอยากจะเอาใจมากมาย เขาทั้งหล่อ เก่ง และเป็นเจ้านายที่น่านับถือมาก ในสายตาทุกคน เขาดูแสนจะเพอร์เฟ็ก ไม่ต่างจากในสายตาของรวิกานต์เลย แต่จะต่างกันก็ตรงที่ เขาไม่เคยปฎิบัติกับพนักงานคนอื่นๆ ด้วยท่าทีรังเกียจเช่นเธอ

รวิกานต์เดินตามและสังเกตุทุกอาการของวศิน เวลาที่เขามาทำงาน ช่างแตกต่างจากที่บ้านอย่างมาก เมื่ออยู่ที่บ้าน จะกลายเป็นคนเงียบขรึม ไม่พูดจา ดูดุดันตลอดเวลา จนไม่น่าเข้าใกล้ แต่เมื่ออยู่ที่ทำงาน เขาจะเปลี่ยนเป็นคนที่ดูอบอุ่น น่าหลงใหล แม้จะมีค่อยพูดเท่าไหร่ แต่ก็ยังชวนมอง

เมื่อเดินเข้าไปในห้องทำงาน รวิกาน๖ยืนงงเล็กน้อย เพราะถึงแม้จะเคยมาที่นี่หลายครั้ง แต่ยังไม่เคยได้เข้ามาในห้องทำงานของวศินเลยสักครั้ง หญิงสาวมองไทปี่วศิน แล้วทำหน้าเหม่อลอยเหมือนคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา

“นี่ คิดจะมองอีกนานไหม” วศินร้องทัก เมื่อเห็นรวิกานต์ยืนมองเขาตาไม่กระพริบ

“เอ่อ คะ เปล่าค่ะ คือ จะให้เอาของพวกนี้วางไว้ที่ไหนกันคะ” รวิกานต์ถาม มองหาที่เหมาะๆสำหรับวางเสื้อและกระเป๋าเอกสาร

“ตาบอดหรือไง นู่น ที่แขวนสูท แล้วกระเป๋านั้น ก็วางบนโต๊ะสิ ฉันทำงานที่พื้นหรือไงล่ะ” เขาทำเสียงเหมือนฉุน แล้วกระแทกตัวลงนั่งที่เก้าอี้ เลื่อนแฟ้มที่กองมากมายตรงหน้ามาเปิดอ่านทีละแฟ้มอย่างชำนาญ

“อ้าว แล้วยืนทำอะไร ไปทำงานสิ” วศินเอ็ดให้อีก เมื่อรวิกานต์ยังยืนทำหน้าเหมือนไม่เข้าใจอะสักอย่าง

“ทราบค่ะว่าต้องทำงาน แต่จะให้ไปทำที่ไหน ทำยังไงล่ะคะ ก็ตะวันยังไม่เคยขึ้นมาบนนี้” รวิกานต์ตอบเสียงเบา โดยมาก แค่มาตรวจตราดูแผนกต่างๆทำงานกับคุรหญิงรุจีเท่านั้น ไม่รู้ด้วยซ้ำว่างานเลขาเจ้าของโรงแรม เขาต้องทำอะไรกันบ้าง

“จริงสิ ฉันลืมไป งั้นก็ตามมา จะบอกแค่ครั้งเดียวแล้วต้องจำไว้ด้วยนะ” วศินบอก เดินนำออกไปด้านนอก

“นี่โต๊ะทำงานของคุณนุช ต่อแต่นี้จะเป็นโต๊ะทำงานของเธอ คอมพิวเตอร์นั่นเอาไว้ตรวจเช็คเมลล์แล้วก็แปลเอกสาร...แล้วก็”

“ศินคะ” ยังไม่ทันได้พูดหรืออธิบายอะไรต่อ เสียงหวานๆของใครบางคนก็ทำให้วศินชะงักค้างและต้องหันไปมอง

“กร มาได้ยังไงครับ ไหนว่าเรานัดกันที่ร้านของคุณตอนเที่ยงไง” วศินยิ้มร่า เมื่อได้เห็นกรกมลแฟนสาวมายืนยิ้มกริ่มรออยู่

“กรคิดถึงเลยแวะมาก่อนเข้าร้านค่ะ อ้าวตะวัน มาทำอะไรที่นี่จ้ะ” กรกมลทักทายรวิกานต์ ด้วยรู้จักกันมาพร้อมสมควร เพราะรวิกานต์เป็นเด็กในบ้านของวศิน และกรกมลก็มองเธอเป็นเพียงลูกสาวของคนใช้เท่านั้น ไม่ได้คิดว่าวิเศษอะไร จึงทำให้แปลกใจ ที่เด็กในบ้านของวศิน มายืนแต่งตัวสวยด้วยชุดผ้าไหม คล้ายกับที่นงนุชเคยใส่แบบนี้

“สวัสดีค่ะคุณกร” รวิกานต์ยกมืพนมไหว้อย่างอ่อนโยน แต่วศินมองแล้วขัดใจ

“อย่าไปสนใจเลยกร เราเข้าไปข้างในดีกว่า รอนี่นะ อีกเดี๋ยวคุณนุชจะเข้ามาเก็บของใช้ส่วนตัว ฉันจะให้เขาช่วยสอนงานเธอ” วศินบอก มือโอบที่ไหล่ของแฟนสาวอย่างแสนจะรักใคร่

“งาน หมายความว่ายังไงคะศิน” กรกมลย่นคิ้วมองแฟนหนุ่ม ไม่มีคำตอบใดๆ วศินก็พาเธอเข้าไปด้านในเสียก่อน

ส่วนรวิกานต์ ได้แต่ยืนทำหน้ามึนตึงอยู่ที่เดิม และค่อยๆผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างรักษาระดับ

“เขาเกลียดเธอตะวัน ท่องเอาไว้” มือบางยกขึ้นทาบที่อก หัวใจของเธอเต้นแรงเหลือเกิน ยามนี้ งเจ็บปวด ที่ได้เห็นคนที่รัก เดินเคียงคู่ไปกับคนที่เขารักเช่นกัน


...........


ในห้องทำงานของวศิน ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของห้องนั่งที่เก้าอี้ประจำตำแหน่ง ส่วนกรกมล นั่งบนโต๊ะ ด้านหน้าวศิน เฝ้ามองปฏิกิริยาด้วยความสงสัย

“คุณยายหรอกเหรอคะที่ให้ตะวันมาทำงานที่นี่แทนคุณนุช กรก็นึกว่าศินเลิกคิดเล็กคิดน้อยกับตะวันแล้วซะอีก” กรกมลยกมือขึ้นกอดอก สีหน้าครุ่นคิด

“กรก็รู้ว่าผมไม่ชอบเด็กนั่น จะให้ผมพามาทำงานด้วยเหรอครับ โลกคงแตก นี่ถ้าไม่ใช่เพราะคุณยาย ผมคงไม่ยอม” วศินพูดไปทำงานไป น้ำเสียงของเขาหนักแน่นมากพอที่จะทำให้กรกมลรู้ว่า ชายหนุ่มไม่ได้โกหก

“ก็เพราะแบบนั้นสิคะ กรถึงได้งง แล้วแบบนี้ ตะวันจะไม่แย่เหรอคะ” กรกมลลุกจากโต๊ะ เดินไปนั่งบนพนักรองแขนของเก้าอี้ แล้วโอบรอบคอวศินเอาไว้

“ทำไม แย่ยังไง”

“ก็คุณไม่ชอบตะวัน กรรู้นะ เวลาอยู่ที่บ้าน คุณชอบแกล้งตะวันตลอด กรก็กลัว ว่าถ้ามาทำงานด้วยกันแบบนี้ ตะวันจะแย่เอา”

“โธ่ กรครับ เห็นผมเป็นคนยังไง ผมไม่ใช่คนชอบกลั่นแกล้งคนอื่นซะหน่อย” วศินทำเสียงสูง กอดกระชับรอบเอวกรกมลเอาไว้ด้วยแขนแข็งแรง

“น้อยไปสิคะ คนอื่นน่ะกรรู้ว่าคุณไม่ทำหรอก แต่ตะวัน ไม่แน่ ก็คุณไม่ชอบเด็กคนนั้น กรรู้นะคะ นี่คงคิดแผนทำให้เขาไม่อยากมาทำงานที่นี่ล่ะสิ อย่าเชียวนะ กรไม่ยอมหรอก มีตะวันเป็นเลขาของคุณน่ะ ดีแล้ว” กรกมลลุกขึ้นอีกครั้ง แล้วนั่งลงที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของวศิน

“ทำไมล่ะครับ ผมไม่เห็นชอบเลย”

“ก็เพราะคุณไม่ชอบไงคะ กรถึงได้อยากให้ตะวันทำงานที่นี่ เพราะถ้าคุณชอบ กรคงไม่ยอม” กรกมลยิ้มหวานให้ เพียงเท่านั้น วศินก็เข้าใจได้เป็นอย่างดี ถึงความนัยน์ที่ต้องการจะบอก

“ผมรับรองครับ ว่าไม่มีทางเป็นแบบนั้นเด็กขาด กรก็รู้ ผมไม่ชอบเด็กนั่นจะตายไป ไม่มีทางที่ผมจะเปลี่ยนใจไปจากคุณหรอกครับ ผมสัญญา” มือใหญ่โอบที่มือของกรกมลเอาไว้ทั้งสองข้าง หญิงสาวขวยเขิน แล้วยิ้มกว้างมากขึ้น

“ทำไมถึงไม่ชอบนักนะ กรไม่เห็นเข้าใจ”

“เอาไว้ผมจะเล่าให้คุณฟังนะครับ”

“โอเคค่ะ แต่ ห้ามชอบตะวันนะคะ” กรกมลจิ้มนิ้วชี้ลงที่ปลายจมูก

“แน่นอนครับ ผมคงรักใครไม่ได้อีก นอกจากคุณ” วศินยิ้มหวานหยด จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาแฟนสาว

“สัญญานะคะ”

“แน่นอนครับ ด้วยเกียรติของเจ้าของโรงแรมกวินตรา ผมนายวศิน คนนี้ ของสัญญาว่า จะรักนางสาวกรกมลคนนี้คนเดียวเท่านั้น ไม่เปลี่ยนแปลง” วศินยื่นมืออีกข้างไปจับปลายจมูกเชิดของแฟนสาว แล้วแกล้งบีบเบาๆ เพียงเท่านั้นก็ทำให้กรกมลต้องส่ายหน้าไปมา และรีบดึงหน้าออกมาแทบไม่ทัน

“เจ็บนะคะ”

“แล้วรักไหมล่ะครับ”

“รักสิคะ” ทั้งคู่หวานใส่กันแบบไม่ต้องเกรงใจใคร ภายในห้องนี้ มีเพียงแค่เขา แต่นอกห้องนั่น มีวิกานต์ ที่ได้ยินหมดทุกอย่าง และแอบมีน้ำตา เพียงแค่ไม่ไหลออกมาให้เห็น หญิงสาวกล้ำกลืนเอาไว้ ก่อนจะบอกตัวเองให้กัดฟันทน


กว่านงนุชจะมา รวิกานต์ต้องพยายามนั่งเฉยๆและไม่คิดอะไรเกี่ยวกับคำพูดที่ได้ยินมาก่อนหน้านั้น นงนุชมาถึงก็ช่วยสอนงานให้กับรวิกานต์แบบเร่งด่วน

“น้องตะวันเก่งนะคะ พี่สอนแป๊บเดียวก้เข้าใจแล้ว” นงนุชยิ้มให้ รวกานต์ส่ายหน้าไปมาเบาๆเหมือนไม่อยากจะรับในคำชื่นชม

“วันนี้เข้าใจ แต่วันพรุ่งนี้ยังไม่รู้จะลืมหรือเปล่าเลยค่ะ ตะวันไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน แต่คอมพิวเตอร์ตะวันพอจะคล่องค่ะ” รวิกานต์ยิ้มเจื่อนๆ รายละเอียกเรื่องงานเธอพอจะเข้าใจแล้ว เหลือก็แต่ ปฏิบัติจริง

“พี่ว่าน้องตะวันทำได้นะคะ ดูจากที่พี่อธิบาย ไม่ยากใช่ไหมคะ คุณศินไม่ใช่คนเรื่องมาก พี่เชื่อว่าน้องตะวันจะทำหน้าที่แทนพี่ได้เป็นอย่างดี” นงนุชจับที่ไหล่ของรวิกานต์เบาๆ สายตาที่มองมาเชื่อมั่นว่ารวิกานต์จะทำได้ แต่เจ้าตัวกลับไม่มั่นใจเอาเสียเลย ยิ่งนงนุชบอกว่าวศินไม่ใช่คนเรื่องมาก ยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่ เพราะสำหรับนงนุช เขาอาจไม่ใช่คนเรื่องเยอะอะไร แต่ ถ้าเป็นเธอ ไม่แน่

“ตะวันจะพยายามค่ะ”

“ดีมากจ้ะ งั้นพี่กลับก่อนนะ มีนัดตรวจครรภ์ตอนบ่าย ตั้งใจทำงานนะจ้ะ โชคดีจ้ะ” นงนุชบอก ก่อนจะเดินหิ้วสำภาระที่มีไม่มากเดินออกไป

รวิกานต์มองตาม แล้วทำหน้าหนักใจ เธอจ้องมอตารางงานยาวเหยียด นับแต่นี้ เธอต้องเป็นคนจัดการตารางพวกนี้เอง คงจะยุ่งยากน่าดู และเธอก็เพิ่งรู้ ว่าวศิน เป็นนักธุรกิจที่มีงานท่วมตัวเลยเช่นกัน

“เอาน่ะตะวัน สู้ตาย” ให้กำลังใจกับตัวเองเรียบร้อย รวิกานต์ก็เริ่มทำงานในส่วนที่นงนุชบอก เริ่มจากการแปลงเอกสารต่างๆซึ่งเป็นเมลล์ภาษษอังกฤษและตัดเอกสารสำหรับแผนกต่างๆที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวิกานต์ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน โดยที่ไม่รู้ว่ามีสายตาหลายคู่แอบมอง

“นั่นใคร” เสียงของรตี พนักงานคนหนึ่งในแผนกบัญชีถามขึ้น

“เลขาคนใหม่ของบอส” เสียงแก่ๆตอบแบบมะนาวไม่มีน้ำ เธอคือสินี ผู้จัดการฝ่ายบัญชี หัวหน้าของรตีอีกที

“เป็นใครมาจากไหน หน้าคุ้นๆเหมือนเคยเห็น” รตีกอดอกชะเง้อคอมองออกไปจากกระจกภายในแผนกตน

“ไม่ต้องรู้สักเรื่องได้ไหม รตี” สินีร้องถามเงยหน้าจากเอกสารบัญชี

“ไม่ได้ค่ะ ผู้จัดการทราบมั้ยคะ ทำไมเหมือนเคยเห็นหน้า”

“ก็นั่นน่ะ คนสนิทของคุณหญิงรุจีไงล่ะ หนูตะวัน จะมาทำงานแทนคุณนงนุชตั้งแต่วันนี้ไป”

“อะไรกัน ก็ไหนว่าถ้าคุณนงนุชลาคลอด จะให้รตีทหน้าที่เลขาไงคะ” รตีบ่นอิดออด เดินมากระแทกตัวลงนั่งทีห่น้าโต๊ะของสินี

“อย่าเพ้อเจ้อเลยน่า ใครเขาจะเอาเธอไปเป็นเลขากัน แค่เสียงก็ดังไปสามบ้านล่ะ กิริยามารยาทก็ไม่ได้เรื่อง ไม่เมาะที่จะออกงานเลยแม้แต่นิด ขืนเอาเธอไปเป็น ได้ขายขี้หน้าเขาแน่ๆ” สินีวตอกให้หนึ่งยกแบบนิ่มๆ โดยที่รตีไม่ทันได้เข้าใจว่าสินีกำลังด่าตน

“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะคะผู้จัดการ รตีไม่ดีตรงไหน”

“เอาเป็นว่า คุณหญิงท่านเป็นคนเลือกเอง ยังมีอะไรสงสัยอีกมั้ย” สินีวางมือจากงาน เงยหน้าจ้องมองพนักงานในแผนกของตน สีหน้าไม่ชอบใจเท่าไหร่ ใครๆก็รู้ว่ารตีเป็นคนอย่างไร มักใหญ่ใฝ่สูง และเธอก็หวังมากกว่าหน้าที่เลขาด้วยซ้ำ ทำไมคนอื่นจะมองไม่ออก

รตีได้แต่ทำหน้าเซ็ง เมื่อรู้ว่าทำอะไรไมได้ เธอมองไปที่รวิกานต์ด้วยความอิจฉา ที่เธอได้รับตำแหน่งนั้นไป ที่สำคัญ ยังหน้าตาดีอีกต่างหาก เธอคงต้องทำอะไรซักอย่าง ไม่อย่างนั้น โอกาสที่จะได้เป็นเลขาหน้าห้องของรตีคงหมดไปอย่างน่าเสียดาย....

ความคิดเห็นที่ 1

ตะวันสู้ๆๆๆๆๆๆ
โดย panon เมื่อ 2013-02-26 จำนวนโพสรวม 78 ครั้ง
หมายเหตุ : เข้าสู่ระบบก่อน จึงจะโพสความคิดเห็นได้
Untitled Document