header
Untitled Document
Left
 
สั่งซื้อ หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว แจกฟรีทันที รักร้อนดั่งไฟ, ไฟรักผลาญใจ, ใจขอเพียงรัก, ดั่งสวรรค์สาป...ว่าให้รัก, หวานชะมัดแผนรักปล้นใจ จะเลือกเล่มใดเล่มหนึ่งหรือทั้งหมดก็ได้ ค่าส่งเล่มละ 50 บาท (เลือก 5 เล่มก็ 250 บาท) โอนเงินมาพร้อมกับการสั่งซื้อ หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว เข้าบัญชี มงคลชัย ชัยวิสุทธิ์ ธนาคารกสิกรไทย 731-2-44211-0 เสร็จแล้วส่งสลิปใบโอนเงินและชื่อที่อยู่ที่ให้จัดส่งพร้อมเบอร์โทรศัพท์ มาที่ mchaivis@hotmail.com โปรโมชันนี้ถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2559 เท่านั้น รีบหน่อยนะคะก่อนหนังสือจะหมด

Click
บ่วงตะวัน ตอนที่ 5
โดย minikunnoo เมื่อ 2013-05-09
บทที่ 5

ตั้งแต่เริ่มทำงาน รวิกานต์ง่วนอยู่กับการแปลเอกสารที่ถูกส่งมาทางอีเมลล์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจองโรงแรม จองห้องจัดงานเลี้ยง จองห้องสัมนา และจิปาถะอีกมากมาย เล่นเอาตาลายจนต้องผละออกมาจากหน้าจอแบบเร่งด่วน

สองมือยกขึ้นบีบนวดบริเวณรอบๆขมับ หญิงสาวแสดงอาการคล้ายจะเวียนหัวออกมาทำเอาคนที่เพิ่งเดินเข้ามาอย่างนุสิต พนักงานฝ่ายบุคคลต้องเข้ามาเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้อีกนิดเพื่อจะมองเห็นได้อย่างชัดเจน

“เอ่อ ไม่ค่ะ” ทันทีที่รวิกานต์เอามือลง นุสิตถึงกับอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆยิ้มออกมา

“เลขาใหม่ของบอสเหรอครับ สวัสดีครับ ผมนุสิต อยู่ฝ่ายบุคคล” ชายหนุ่มยิ้มให้ จึงได้รับไมตรียิ้มตอบ

“ตะวันค่ะ เป็นเลขาของคุณศิน” รวิกานต์ยิ้มเยือนอย่างมีไมตรี แต่อีกฝ่ายคิดไปไกล เห็นรอยยิ้มของรวิกานต์ ราวนางฟ้าตัวน้อยๆอลอยอยู่ตรงหน้าไปเสียแล้ว

“นุสิต มีอะไรหรือเปล่า มายืนทำอะไรตรงนี้” เสียงของวศินทำให้นุสิตตื่นจากภวังค์ ก่อนจะรีบหันไปก้มหัวให้กับวศินปรกๆ

“เอาเอกสารมาให้บอสเซ็นครับ” เขาบอก สีหน้าไม่สู้ดี

“ไปเอากาแฟให้ฉันหน่อย เร็วๆล่ะ ฉันหิว” วศินหันไปสั่งรวิกานต์ หญิงสาวพยักหน้าแล้วรีบเดินออกไป

“มาสิเอกสาร” วศินหันไปเสียงดังใส่นุสิตที่เอาแต่มองตามรวิกานต์ไป
นุสิตหันมามองเจ้านายตาแป๋ว ก่อนยื่นเอกสารให้เซ็น

“เสร็จแล้วก็ไปสิ รออะไรอีก” วศินไล่ แต่นุสิตยังชะเง้อคอมอง คอยเวลาให้รวิกานต์กลับมา

“นายนุสิต” วศินเน้นเสียง เรียกชื่อจากลำคอ

“ครับๆ ไปครับ” นุสิตเดินออกไป เป็นจังหวะเดียวกันที่รวิกานต์เดินกลับมาพร้อมกาแฟในมือ

“กาแฟค่ะ” หญิงสาวว่าพรางยื่นให้กับวศิน

“เอาเข้าไปด้านในสิ จะให้ฉันถือไปเองเหรอ เห็นหรือเปล่าฉันมีงานเต็มมือ” วศินบอก แล้วหมุนตัวเดินกลับเข้าไปด้านใน

รวิกานต์ได้แต่ถอนหายใจเบาๆกับอาการหงุดหงิดแบบไม่มีที่สิ้นสุดของวศินที่มีต่อเธอ บางครั้งเหมือนจะชิน แต่พอเอาเข้าจริงๆ กลับไม่ชินเลยซักนิด

“เสน่ห์แรงจริงๆเลยนะ” ตามเขามาได้ไม่วินาที วศินก็เริ่มเปิดฉากต่อว่าต่อขานรวิกานต์จนหญิงสาวตั้งตัวแทบไม่ทัน

“คะ อะไรนะคะ” รวิกานต์เอียงคอ สีหน้าเธอบ่งบอกว่างง

“ไม่ต้องมาตีหน้าซื่อ ฉันเห็นนะ นายนุสิตมองเธอตาไม่กระพริบ” เขาทำเสียงฮึ่มฮ่ำในลำคอโดยที่รวิกานต์ยังคงไม่เข้าใจในความหมาย

“มองตะวันน่ะเหรอคะ ไม่นี่คะ เขามาพบคุณศิน” รวิกานต์พาซื่อ ชี้นิ้วที่ตัวเองแล้วเลิกคิ้วสูง สีหน้าเธอบ่งบอกว่า ไม่เข้าใจ

“ก็มองเธอน่ะสิ ฉันขอบอกเลยนะ นุสิตเขามีแฟนแล้ว แฟนเขาน่ะ ทั้งหน้าตาดี นิสัยดี แล้วเขาก็กำลังจะแต่งงานกัน ฉันขอสั่ง ว่าห้ามยุ่งกับหมอนั่นโดยเด็ดขาด ออกไปได้แล้ว” น้ำเสียงทรงพลังออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด แม้รวิกานต์จะยังไม่ค่อยเข้าใจแต่หญิงสาวก็พยักหน้ารับและเดินออกไป

“อย่าหวังเลย ว่าฉันจะยอมให้เธอไปทำร้ายคนอื่นได้อีก” สายตาของวศินจริงจัง เขากำด้ามปากกาแน่น ในใจคิดถึงเรื่องในอดีตที่ผ่านมา

ภาพของรวิกานต์ในชุดวาบหวิวเที่ยวกางคืน เมาไม่ได้สติยังคงติดตา ในตอนนั้นเธอยังอายุแค่เพียงสิบหกเท่านั้น ทำไมช่างกล้า แต่พอถาม กลับบอกว่าไม่ใช่แ ละไม่ยอมรับ แต่วศินยังคงยืนยัน เพราะในคืนนั้น เขาอยู่ที่ผับแห่งหนึ่งจริง แถมรวิกานต์ ยังมากับเสี่ยหนุ่มที่ไหนไม่รู้ ซึ่งเขาเองก็ไม่แน่ใจ

‘ใครวะศิน แกมองนานแล้วนะ แต่ก็สวยดีนี่หว่า’ อานนท์ เพื่อนสนิทของเขาถามขึ้นเมื่อเห็นเขาจ้องที่ร่างของหญิงสาวนางหนึ่งซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาและยังมีผู้ชายยืนรุมอยู่ไม่ต่ำกว่าห้าคน

‘ไม่แน่ใจว่ะ’ ในตอนนั้นเขาตอบเพื่อนไปแบบส่งๆ เพราะไม่อยากให้เพื่อนรู้ว่า หญิงสาว เป็นคนที่เขารู้จัก แต่ในตอนนั้น รวิกานต์อาศัยอยู่กับแม่ และแม่ของเธอก็ยังทำงานให้กับที่บ้านในฐานะแม่บ้านคนสำคัญ

วศินในตอนนั้นกลับมาพักผ่อนเพราะปิดเทอมแค่ไม่กี่วัน แต่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้เข้า หนำซ้ำ ยังเจอกับคลิบประหลาด ที่รวิกาน๖ถูกเพื่อนแกล้ง เอาน้ำให้ผลไม้ให้กิน จนเมาไม่รู้เรื่อง แต่ครั้งหลัง เหมือนเธอถูกแกล้งจริงๆ ไม่ใช่ตั้งใจดื่มเช่นครั้งแรกที่เห็น

จากนั้นมา วศินฝังใจมาตลอดว่ารวิกานต์เป็นผู้หญิงไม่ดี และมีตำหนิ ไม่รู้ว่าผ่านอะไรมาบ้าง และที่สำคัญ เขาไม่มั่นใจว่ารวิกานต์ ยังคงบริสุทธิ์ และแสนซื่ออย่างที่ใครคนอื่นเขาคิดกัน

ก๊อก.

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำเอาวศินสะดุ้งไปเล็กน้อย ก่อนที่หน้าของรวิกาน๖จะยื่นเข้ามาในห้องแบบเก้ๆกังๆ

“มีอะไร แล้วนั่น เข้ามาแบบเต็มตัวไม่ได้หรือไง ไปยืนเป็นอีแอบอะไรตรงนั้น” เขาทำเสียงดุ เพียงเท่านั้น รวิกานต์ก็รีบเข้ามาด้านในทันที

“ขอโทษค่ะ คุณท่านโทรมาบอกว่าให้คุณศิน กับตะวัน ไปพบท่านที่ห้องอาหารสพลค่ะ” รวิกานต์บอกเสียงสั่นเล็กน้อย และไม่ยอมเงยหน้ามองวศินเลยด้วยซ้ำ

“พูดอะไร ฟังไม่รู้เรื่อง เงยหน้าพูดดีๆสิ เป็นอะไรเอาแต่ก้มหน้าอยู่ได้” วศินแสดงอาการไม่พอใจ เขาลุกจากเก้าอี้ แล้วเดินตรงเข้ามาหา

“คุณท่านบอกให้คุณกับตะวันไปพบที่ห้องอาหารสพลค่ะ” รวิกานต์แกล้งทำเสียงดัง เธอเงยหน้าขึ้นแล้วกลอกตาไปมา สบตากับวศินเพียงนิดก่อนจะรีบหมุนตัวแล้วทำท่าจะเดินออกไป

“เดี๋ยว หยุด อย่าเพิ่งไป” ชายหนุ่มร้องเรียกเอาไว้ และนั่นเหมือนเป็นการสตาร์ฟรวิกาน๖ให้หยุดนิ่ง

“คะ คุณ ยังไม่ได้ยินที่ตะวันบอกเหรอคะ” หญิงสาวหันกลับมามองตาแป๋ว ก่อนจะหดคอลงเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายยื่นมือเข้ามาใกล้

วศินปัดเอาเศษกระดาษที่ติดอยู่บนหัวของรวิกานต์ออก แล้วยิ้มที่มุมปากขำๆกับท่าทางของคนตรงหน้า ที่ทำราวกับว่า เขาจะฆ่าเธอให้ตาย “คิดว่าจะทำอะไร” เขาหัวเราะเบาๆ เป็นสิ่งที่รวิกานต์ไม่คาดคิดมาก่อนจะว่าได้เจอ

“ผีเข้าหรือเปล่า” รวิกานต์ยกมือขึ้นลูบหัวตัวเองเบาๆ ในขณะที่วศินเดินออกไปจากห้องแล้ว

“นี่ จะไปไหม เดี๋ยวคุณยายรอ” เสียงของวศินดังลอยเข้ามา รวิกานต์จึงรีบวิ่งตามออกไป

............

รวิกานต์เดินตามวศินไป ทิ้งระยะห่างเอาไว้เพราะรู้ว่าเขาไม่ชอบให้เธอเดินใกล้ๆ เธอมักจะเดินเมื่อวศินเดินไป และหยุด เมื่อชายหนุ่มหยุดคุยงานกับพนักงานตามแผนกต่างๆ

กระทั่งหญิงสาวเดินเหม่อ และเผลอเดินเข้ามาใกล้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ และเดินชนเข้ากับหลังกว้างของอีกคน ทำเอาแทบจะกระเด็น

“เดินมองทางบ้างสิ เหม่อไปถึงไหน” ชายหนุ่มว่า แล้วเดินต่อไป

รวิกานต์ได้แค่คลำจมูกตัวเองเบาๆ สีหน้าของเธอบอกว่าเจ็บ แต่ต้องอดกลั้นเอาไว้ แล้วเดินตามเจ้านายไปแบบไม่ให้เขาคลาดสายตา

ภายในห้องอาหารสพล คุณหญิงเลือกที่นั่งติดกระจกเพื่อให้มองเห็นบรรยากาศแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีท่านชายอรรถนั่งอยู่ข้างๆทางด้านขวา

“อาหารถูกปากหรือเปล่าคะท่านชาย” คุณหญิงตักอาหารใส่จานของท่านชายอรรถอย่างเบามือพรางถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“อร่อยมากเลยครับ พ่อครัวที่นี่มือหนึ่งเสมอ” เขาว่า แล้วยิ้มจนตาหยี
ไม่นานเท่าไหร่นัก วศินก็เดินนำรวิกานต์เข้ามา เขามองเห็นคุณยายนั่งอยู่ กับชายคนหนึ่งซึ่งไม่คุ้นหน้า วศินก้าวเร็วขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าของผู้เป็นยายบอกอาการว่าเร่งรีบ

“ขอโทษครับ ติดงานด่วน” วศินบอกแล้วนั่งลงตรงข้ามท่านชาย มีรวิกานต์ยืนขนาบข้าง

“ตะวัน นั่งสิ ข้างตาศินนั่นล่ะ” คุณหญิงบอก รวิกานต์จึงนั่งลงข้างๆวศิน และอยู่ใกล้กับท่านชาย

“ศิน ตะวัน นี่หม่อมเจ้าชายอรรถ รพีพรรณ” วศินยกมือไหว้ก่อน ตามด้วยรวิกานต์ หญิงสาวส่งยิ้มหวานแบบที่ทำเป็นประจำโดยไม่ได้เสแสร้ง แต่ชายอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆกลับมองว่าเป็นการให้ท่าแบบตั้งใจ

“ไม่ต้องยิ้มกว้างขนาดนั้นก็ได้” เขากระซิบกัด รวิกานต์รีบหุบยิ้มทันที หน้าม้านลงเล็กน้อยเมื่อถูกว่า แต่ก็ยังคงรอยยิ้มแบบเจื่อนๆเอาไว้เพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท

ทันทีที่หันไปสบสายตา ท่านชายอรรถถึงกับอึ้งไปกับใบหน้าของหญิงสาวข้างกาย ท่านชายมองรวิกานต์ แล้วทำตาปริบๆ คล้ายได้เห็นใบหน้าที่แสนคุ้นเคยซ้อนทับขึ้นมา

“หนู คือ ลูกสาวของผ่องงั้นเหรอ” ท่านชายเอ่ยถาม สร้างความสงสัยให้กับวศินที่จ้องมาไม่น้อย

“ค่ะ” รวิกานต์เหลือบมองคุณหญิง แล้ววกสายตากลับมาที่วศิน ก่อนจะถูกเขาทำหน้าดุใส่ หญิงสาวจึงหันมามองที่ท่านชายอีกครา

“ใช่แล้วค่ะท่านชาย นี่ตะวัน ลูกสาวคนเดียวของผ่องค่ะ” เพียงเท่านั้น ท่านชายอรรถก็ยิ้มกว้าง

“ตะวัน เหมือน ช่างเหมือนกันเหลือเกิน” ท่านชายอรรถเอื้อมมือไปหมายจะแตะที่มบหน้า ที่วศินกระแอมไอเสียงดังทำเอาท่านชายชะงักงัน ก่อยหดมือกลับด้วยความลืมตัว

“คุณร้จักกับแม่เหรอคะ” รวิกานต์ยิ้มออกมาด้วยความตื่นเต้น

ตั้งแต่เล็กจนโต เธอไม่เคยเห็นแม่มีเพื่อนที่ไหนนอกจากมะลิ และน้าเหมือน คนรับใช้ของคุณหญิง และที่สำคัญ เป็นคนระดับท่านชาย ยิ่งไม่น่าจะใช่

“ใช่จ้ะ เอาไว้ ถ้าเราได้พบกันอีกครั้ง ลุงจะเล่าเรื่องของแม่หนู ให้หนูฟังนะ” ท่านชายอรรถยิ้มอย่างมีไมตรี เป็นรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยน และเป็นรอยยิ้มที่ทำให้รวิกานต์รู้สึกอบอุ่นมากที่สุด

“จริงเหรอคะ ท่านชาย” สีหน้ารวิกานต์ตื่นเต้น เธอไม่ค่อยรู้เรื่องของแม่มากเท่าไหร่ ตั้งแต่เล็กจนโต แม่เป็นปแม่บ้านและแม่นมของบ้านกวินตรามาตลอด แม่รักและดูแลเธมาอย่างดี เพียงเท่านั้น ที่รวิกานต์รู้

“จริงสิ แล้วก็ เรียกลุงสิ ลุงว่ามันฟังดูดีกว่านะ” คำพูดของท่านชายทำเอาวศินไม่พอใจ ทำไม บุคคลที่ดูสูงศักดิ์เช่นท่านชายอรรถผู้นี้ ถึงอยากจะนับญาติกับเด็กสาวที่เป็นเพียงลูกสาวแม่ครัวอย่างรวิกานต์กันล่ะ

“เอ่อ ตะวันไม่บังอาจหรอกค่ะ” รวิกานต์ตอบอย่างนอบน้อมถ่อมตน

“สมัยนี้เขาไม่ถือยศถือศักดิ?กันแล้วล่ะจ้ะ” ท่านชายยิ้มบางๆก่อนมองไปที่คุณหญิง

“ตะวัน อย่าขัดท่านชายสิ” คุณหญิงเอ่ยปาก ยิ่งทำให้วศินสงสัยหนักเข้าไปอีก สีหน้าของคุณยายในตอนนี้ เหมือนกำลังสมหวังกับอะไรบางอย่าง

‘คุณยายกำลังจะทำอะไร’ ในใจของวศินว้าวุ่น เหตุการณ์ที่กำลังเกิดอยู่ตอนนี้ทำให้วศินคิดเตลิดไปไกล ชายหนุ่มไม่เข้าใจว่าทำไม ผู้เป็นยายถึงอยากให้คนอย่างรวิกานต์ได้ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับคนระดับหม่อมราชวงศ์กัน มันต้องมีอะไรซ่อนอยู่แน่ๆ

ไม่นานเท่าไหร่นัก หลังจากอาหารจานแรกถูกวางลง ก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามา พร้อมกับหญิงสาวข้างกาย ทั้งหล่อ และสวย สมกัน

“ขอโทษครับ ผมมาช้า” ชายคนนั้นกล่าวอย่างสุภาพ กวาดตามองไปรอบโต๊ะ เขายืนอยู่ด้านหลังรวิกานต์ ทำให้หญิงสาวไม่ทันได้เห็น

“อ้าว ชายพี นี่คุณหญิงรุจีที่พ่อเคยเล่าให้ฟัง นี่ชายพีกับหนูพิมพ์ ลูกชายกับว่าที่ลูกสะใภ้ของผมครับ คุณหญิง” ท่านชายแนะนำให้ลูกชายได้รู้จักกับคุณหญิง

“ไหว้พระเถอะพ่อคุณ” คุณหญิงรับไหว้เมื่ออีกฝ่ายประนมมือไหว้อย่างนอบน้อม

“ท่านพ่อพูดถึงคุณหญิงเสมอครับ” รพีภัทรยิ้มอย่างมีไมตรี ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้ให้แฟนสาว แล้วปรายตามองไปรอบๆ ก่อนที่สายตาจะบรรจบที่รวิกานต์ซึ่งนั่งอยู่ถัดไปจากพ่อของตน

“ท่านพ่อ นี่มัน” รพีภัทรเอ่ยค้าง ทำตาโตคล้ายกับตกใจอะไรบางอย่าง

“ไม่ใช่ที่คิดหรอกชายพี นี่หนูตะวัน แล้วก็นั่น วศิน หลานชายของคุณหญิง เราเป็นน้อง ไหว้พี่เขาส ส่วนตะวัน คงจะรุ่นราวคราวเดียวกัน” ท่านชายบอก รพีภัทรทำตามที่บอกสั่ง ยกมือไหว้วศิน แล้วยิ้มให้กับรวิกานต์ สีหน้าท่าทางตื่นเต้น

ทั้งหมดเริ่มพูดคุย ท่ามกลางความมึนงงและสงสัยอะไรหลายๆอย่างในตัวรวิกานต์ และเริ่มไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น ในตอนนี้ วศินกำลังคิดว่า รวิกานต์เป็นคนที่เด่นที่สุดในงาน เพราะนอกจากท่านชายที่เอาแต่คอยให้ความสนใจตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน ตอนนี้ ทั้งรพีภัทร และพิมพ์ประภัส ก็ให้ความสนใจในตัวรวิกานต์ไม่ต่างกัน และเหมือนว่าทั้งโต๊ะอาหารนี้ ไม่มีเขาอยู่เลยด้วยซ้ำ

“บริหารโรงแรมแบบนี้เหนื่อยมากมั้ยครับ คุณศิน” อยู่ๆ รพีภัทรก็เอ่ยถามขึ้น เล่นเอาวศินแทบจะสำลักน้ำที่กำลังยกกระดกอยู่ในมือ

“ไม่เท่าไหร่ครับ” วศินตอบนิ่งๆ วางแก้วลงอย่างเบามือ

“แล้วตะวันล่ะ ทำอะไรอยู่ตอนนี้” รพีภัทรหันมาถามรวิกานต์

“เป็นเลขาผมครับ” วศินชิงตอบแทน รวิกานต์ได้แต่มองหน้าเขางงๆ

“ดีจังเลยนะครับ ที่ได้เลขาเป็นสาวสวยขนาดนี้”

“เยอะไปค่ะ พิมพ์เริ่มหวงแล้วนะคะ” พิมพ์ประภัสเอ่ยขึ้น เรียกเสียงหัวเราะของทุกคนได้เป็นอย่างดี

“ดีกับผีน่ะสิ” วศินพูดคนเดียวเบาๆ ไม่เข้าใจเลยว่านี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ทำไมต้องสนอกสนใจอะไรในตัวของรวิกานต์ถึงขนาดนั้น ในเมื่อ รวิกานต์ ก็แค่ลูกสาวแม่บ้าน ธรรมดาๆ

..............
ความคิดเห็นที่ 1

สงสัยหนูตะวันจะเป็นลูกท่านชาย
โดย panon เมื่อ 2013-05-15 จำนวนโพสรวม 78 ครั้ง
หมายเหตุ : เข้าสู่ระบบก่อน จึงจะโพสความคิดเห็นได้
Untitled Document