header
Untitled Document
Left
 
สั่งซื้อ หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว แจกฟรีทันที รักร้อนดั่งไฟ, ไฟรักผลาญใจ, ใจขอเพียงรัก, ดั่งสวรรค์สาป...ว่าให้รัก, หวานชะมัดแผนรักปล้นใจ จะเลือกเล่มใดเล่มหนึ่งหรือทั้งหมดก็ได้ ค่าส่งเล่มละ 50 บาท (เลือก 5 เล่มก็ 250 บาท) โอนเงินมาพร้อมกับการสั่งซื้อ หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว เข้าบัญชี มงคลชัย ชัยวิสุทธิ์ ธนาคารกสิกรไทย 731-2-44211-0 เสร็จแล้วส่งสลิปใบโอนเงินและชื่อที่อยู่ที่ให้จัดส่งพร้อมเบอร์โทรศัพท์ มาที่ mchaivis@hotmail.com โปรโมชันนี้ถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2559 เท่านั้น รีบหน่อยนะคะก่อนหนังสือจะหมด

Click
บ่วงตะวัน บทที่ 6
โดย minikunnoo เมื่อ 2013-06-22
บทที่ 6

วศินอารมณ์ไม่ดี ตั้งแต่กลับมาจากโรงแรม เขาไปส่งท่านชายและลูกชายลูกสะใภ้พร้อมกับคุณหญิง และกลับไปทำงานต่อ แต่คุณหญิงขอตัวรวิกานต์กลับไปที่บ้านก่อน ไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรกัน แต่เขาไม่ชอบใจ ทำไมต้องเอาอกเอาใจกันขนาดนั้นก็ไม่รู้

“ท่านชายเป็นคนดีนะตะวัน เท่าที่ฉันเห็น ท่านมีน้ำใจ โอบอ้อม อารีย์ และมีเมตตา” เสียงของคุณหญิงลอดมาจากในห้องนั่งเล่นทางปีกขวาของตึก วศินรีบเดินเร็วๆเข้าไปเพื่อแอบฟัง

“แต่ตะวันยังไม่รู้จักท่านดีพอนะคะ จะให้ตะวัน...” รวิกานต์เงียบเสียงไป ทำหน้าเหมือนหนักใจและไม่พูดต่อ

“ไม่เชื่อใจฉันงั้นเหรอตะวัน สิ่งที่ฉันเลือกให้ ย่อมดีเสมอ จำเอาไว้นะ ฉันรักและหวังดีกับเรามาก เหมือนเป็นหลานสาวของฉันอีกคน สิ่งที่ท่านชายต้องการ คือคนที่ไว้ใจ และท่าน เลือกเรา” เสียงของคุณหยิงเงียบไป ภาพที่ได้เห็นคือ คุณหญิงกำลังลูบผมของรวิกานต์ที่นั่งพับเพียบอยู่ข้างๆ

“แต่....” สีหน้าของรวิกานต์ยังดูกังวล

“เอาล่ะๆ เก็บเอาไปคิดให้ดีนะ อนาคตรอเราอยู่ ฉันเองก็ไม่อยากให้เราตกอยู่ในสภาพแบบนี้เท่าไหร่ นับวัน ตาศินยิ่งจะจงเกลียดจงชังเรามากขึ้น ฉันละกลัว ว่าซักวัน จะเกิดเรื่องไม่ดีกับเรา ฉันก็อายุเยอะแล้ว จะอยู่เป็นที่พึ่งของเราได้อีกเมื่อไหร่กัน ซักวัน ฉันก็ต้องตาย” คุณหญิงพูดด้วยน้ำเสียงปลงตก รวิกานต์ส่ายหน้าไปมาน้ำตาพาลจะไหล

“คุณยายพูดอะไรอะไรครับ พูดแบบนั้นหมายความว่ายังไง” วศินพรวดพราดเข้ามาเมื่อได้ยินประโยคท้ายเข้า

ทั้งสองคนมองหน้ากัน รวิกานต์ออกจะตกใจเมื่อเห็นชายหนุ่ม ก่อนจะรีบขยับออกห่าง เพื่อให้วศินเข้ามานั่งข้างๆ ผู้เป็นยาย

“มานานแล้วเหรอ ตาศิน” คุณหญิงปรับสีหน้าทันควัน แล้วเรียกให้วศินเข้ามาหา

“คุณยายพูดเรื่องอะไรครับ เมื่อกี้ ผมได้ยินเรื่องการจากลา การตาย ไม่เข้าใจ” เขาขยับเข้าใกล้ และทำหน้าไม่สบายใจ

“ไม่มีอะไรหรอก ยายแค่เอ่ยถึงเรื่องนิยายกับตะวันเขาน่ะ ยายแค่บอกว่า มันเป็นเรื่องธรรมดาที่อีกหน่อย ยายจะต้องตายจากไป” ผู้เป็นยายเอามือลูบหัวหลานชายเบาๆ

“โห คุณยายแข็งแรงจะตายไป ยังอยู่กับผมได้อีกนานครับ” เขาว่าพรางกอดคุณหญิงเอาไว้แน่น

“มีอะไรจะทำก็ไปทำเถอะตะวัน ฉันไม่ต้องการอะไรเพิ่มแล้ว” คุณหญิงบอก โบกมือให้รวิกานต์ออกไปด้านนอก

“ค่ะ” รวิกานต์รับคำ ก่อนคลานเข่าออกไป

“เดี๋ยวผมมานะครับคุณยาย” วศินบอก แล้วผละตามรวิกานต์ออกไป

“นี่ เดี๋ยวก่อน” เขาตามมาทัน ก่อนที่รวิกานต์จะลงไปด้านล่าง

“คุณศินมีอะไรจะใช้ตะวันเหรอคะ” น้ำเสียงของรวิกานต์ออกจะเกร็งๆ เธอไม่รู้ว่าวศินได้ยินอะไรไปแล้วบ้าง

“ไม่มี แต่มีเรื่องจะถาม”

“เรื่องอะไรคะ”

“เมื่อกี้ คุณยายพูดอะไรกับเธอ”

“เปล่าค่ะ” รวิกานต์ปฏิเสธแล้วเดินหนี

“แต่ฉันได้ยิน” เขาเดินตามไม่ลดละ

“งั้นก็ตามที่ได้ยินล่ะค่ะ” รวิกานต์พยายามไม่หันไปสบตา เพราะรู้ว่า ไม่อาจต้านทางสายตาของวศินได้ไหว

“นี่เธอกวนประสาทฉันเหรอ” วศินคว้าได้ที่แขน รั้งแรงจนอีกฝ่ายเด้งกลับมา

“เปล่านะคะ แต่ คุณศินบอกว่าได้ยินแล้ว” รวิกานต์ก้มหน้างุด ไม่ยอมเงยหน้ามาสบสายตา

“แน่ในนะ” เขาก้มหน้าลงมา แล้วเอ่ยถามระยะประชิด

“ค่ะ” รวิกานต์เบือนหน้าหนี ก่อนจะสะบัดแขนแรงๆจนหลุดออกมาได้ เธอเดินอย่างไวที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนที่วศินจะตามได้ทัน

“เด็กบ้า ฉันจะต้องรู้ให้ได้ว่าเธอคุยอะไรกับคุณยายของฉัน” วศินเท้าเอว ตะโกนตามหลัง น้ำเสียงบ่งบอกว่าไม่ยอมแพ้


.............

เช้าวันใหม่ รวิกานต์หนีไปทำงานแต่เช้าก่อนวศินจะตื่นเสียด้วยซำ หญิงสาวเข้าโรงแรมและเริ่มงานของตนด้วยการเริ่มแปลเอกสาร และวันนี้ เธอมีผู้มาเยือนรายใหม่ ชื่อสินทร เขาต้องการจะคุยกับเธอตั้งแต่เมื่อวันก่อน แต่ยังไม่มีโอกาส และวันนี้ พอสินทรเห็นว่ารวิกานต์มาเพียงลำพัง ไม่ได้เดินตามหลังวศินเช่นวันห่อน เขาจึงเข้ามาทักทาย

“สวัสดีครับ ผมสินทร เรียกสินเฉยๆก็ได้นะครับ ผมอยู่แผนกบัญชี เห็นว่าคุณเป็นเลขาใหม่ของบอส ผมเลยแวะมาทักทายน่ะครับ” เขารีบแนะนำตัวเองอย่างรวดเร็ว ไม่เปิดโอกาสให้รวิกานต์ได้ปฏิเสธ

“ค่ะ ตะวันค่ะ” รวิกานต์บอกเบาๆ แล้วยิ้มให้ ก่อนจะก้มหน้าลงพิมพ์เอกสารต่อแบบไม่ค่อยจะสนใจ

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นและยังพบว่าสินทรกำลังจ้องมองเธออยู่ รวิกานต์ยิ้มแหย ไม่ทันเอ่ยอะไร วศินก็เดินเข้ามายืนอยู่ด้านหลังสินทร

“มีธุระอะไรหรือเปล่า สินทร” เสียงของวศินมีพลังมากพอจะทำให้คนที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะของรวิกานต์สะดุ้งโหยง ก่อนจะค่อยๆหดหัวแล้วหันไปมอง

“สวัสดีครับบอส” เชายกมือไหว้

“ว่ายังไง ตกลงมีเรื่องอะไรหรือเปล่า ถึงมาพบฉันแต่เช้าแบบนี้” วศินยังคงจ้อง พรางมองไปที่เลขาสาว รวิกานต์ยักไหล่ ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แล้วพิมพ์งานของตัวเองต่อโดยไม่สนใจทั้งคู่

“เปล่าครับ” เขาตอบเบาๆ

“งั้นก็ไปทำงานได้แล้ว นี่ไม่ใช่เวลามานั่งคุยเล่นกันนะ ตะวัน ฉันขอกาแฟแก้วนึง” เขาสั่งทั้งสองคน รวิกานต์พยักหน้าหงึกๆ ทำท่าเหมือนจะบอกอะไรแตก็ไม่พูดออกมา วศินจึงเข้าไปในห้อง

วศินชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างของใครคนหนึ่งยั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของเขา เขาเผยอยิ้มแล้วเดินตรงเข้าไปหา

“มาแต่เช้าเชียวนะครับ คนสวยของผม” เขาก้มลงหอมแก้มกรกมลทันทีที่ถึงตัว

“ไม่ต้องมาปากหวานเลยค่ะ” กรกมลยิ้มสวย จับใบหน้าวศินเบาๆ

“ทำไมมาแต่เช้าครับ”

“กรว่างค่ะ วันนี้ที่ร้านคนไม่เยอะ เลยแวะมาค่ะ เห็นยัยเหมียวบอกว่า คนคงเงียบแบบนี้ทั้งวัน เพราะดูเหมือนฝนจะตก” กรกมลมองออกไปด้านนอก ฟ้าอึมครึมกำลังก่อตัวขึ้นและอีกไม่นาน ฝนคงตกลงมาจริงๆ

“แบบนี้ก็ดีสิครับ คุณก็อยู่กับผมทั้งวันไปเลย” วศินออดอ้อนใส่ กรกมลลุกขึ้น ให้วศินนั่งที่เก้าอี้ แล้วจึงนั่งลงที่ตักของเขาเช่นที่ชอบทำเป็นประจำ
ทั้งคู่ใกล้ชิดกันมาก เพราะไม่ว่าอย่างไร ก็ต้องแต่งงานกัน กรกมลจึงไม่คิดว่า มันจะเสียหาย หากจะถูกเนื้อต้องตัว

“ขอโทษค่ะ กาแฟค่ะ” เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมๆกับร่างของรวิกานต์เดินเข้ามาพร้อมถาดกาแฟ

รวิกานต์ยิ้มให้กรกมล แต่หญิงสาวมองเมินไปทางอื่นแล้วโอบรอบคอวศินเอาไว้ แสดงออกถึงความเป็นเจ้าของวศินอย่างจริงจัง จนวศินเองก็รู้สึกถึงความผิดปกติ

“เสร็จแล้วก็รีบไปสิ มายืนทำไม” คนที่เอ่ยคำนั้นออกมาคือกรกมลไม่ใช่วศินเช่นเคย รวิกานต์งุนงงแต่ก้มหน้าแล้วเดินออกไปทันที

“ตะวันนี่เขาทำงานกับศินมากี่วันแล้วคะ” กรกมลถามทันทีเมื่อรวิกานต์ลับตา

“ก็ประมาณ อาทิตย์นึงครับ ทำไมเหรอครับ”

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แต่กรได้ยินหนุ่มๆในแผนกบริหารของคุณ เอ่ยถึงแต่เลขาสาวสวยของคุณ จนกรนึกเป็นห่วง”

“ห่วงเรื่องอะไรครับ ผมไม่ได้สนใจเสียหน่อย”

“กรไม่ห่วงเรื่องคุณหรอกค่ะ กรแค่เป็นห่วงตะวันเค้าน่ะ กลัวว่าจะโดนใครหลอกเอา นี่ก็เห็นว่านายสินทรแผนกบัญชี ต้องการจะจีบอยู่นี่คะ”

“กรไปรู้เรื่องพวกนั้นมาจากไหน” วศินออกจะงงๆ กรกมลไม่ได้ทำงานที่นี่ แต่กลับรู้เรื่องที่เขาไม่รู้เสียได้

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ก็ตอนที่กรมา นายสินทรอะไรนั่นเขาก็มาคุยกับตะวันอยู่ก่อนแล้ว เห็นทำหน้าทำตาสนอกสนใจ ตะวันน่าดู สายตาเขาบอกเลยนะคะ ว่าสนใจมาก” กรกมลเน้นเสียง หญิงสาวลอบสังเกตุอาการแฟนหนุ่มเห็นเขานิ่งไป จึงเปลี่ยนเรื่องคุย

“แต่ก็ช่างเถอะค่ะ ยังไงก็ไม่เกี่ยวกับเรานี่เนอะ ว่าแต่ว่า คุณแม่เริ่มถามหาคุณแล้วนะคะ เมื่อไหร่จะไปกราบท่านเสียที” กรกมลยิ้มหวานเป็นเชิงอ้อน

“ช่วงนี้ผมไม่ว่างเลยครับ เอ้อ กรมีธุระที่ไหนหรือเปล่า พอดีผมนึกขึ้นได้ว่าตอนบ่ายมีประชุม ผมไม่อยากให้คุณรอนาน ถ้ายังไง กรกลับไปก่อนนะ” วศินพยายามไม่แสดงอาการออกมาทางสีหน้า แต่กรกมลจับได้ทางน้ำเสียง หวังว่าสิ่งที่เธอคิด จะไม่เป็นเรื่องจริงขึ้นมา

ก่อนหน้านี้ เธอมาเพื่อพบกับวศิน เธอคิดจะพาเขาไปทานอาหารด้านนอกด้วยกัน แต่เธอพบกับรตีเสียก่อน รตีออกตัวว่าตัวเองเป็นพนักงานในแผนกบัญชี และมีเรื่องไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับวศินและรวิกานต์ตะต้องเล่าใฟ้เธอฟังให้ได้ เธอจึงยอมเสียเวลาไปนั่งร้านกาแฟเพื่อรับฟัง

ได้ความคร่าวๆ ว่าตั้งแต่รวิกานต์มาทำงานที่นี่ ก็มีคนคอยมาหยอดขนมจีบเรื่อยๆ และทุกครั้ง วศินจะไม่พอใจ รตีอ้างว่า เป็นห่วงกลัวว่ากรกมลจะเสียใจ หากปล่อยเอาไว้ รวิกานต์อาจจแย่งวศินไปจากเธอ กรกมลเชื่อหมดใจ ด้วยความที่กลัวอยู่แล้ว เลยยิ่งมั่นใจว่าไม่ปลอดภัย หญิงสาวพยายามคิดหาทางออก จนกระทั่งได้เจอสินทรในตอนนั้น เมื่อเดินถึงหน้าห้องของวสิน เขากำลังตั้งท่าจะเข้าไปคุย หญิงสาวเลยเข้าไปแนะนำตัว และบอกว่า จะช่วยจนถึงที่สุด เพื่อรวิกานต์ จะได้มีคนที่รัก ดูแลอย่างจริงใจ

ธุระที่วศินว่า คือการมาพบกับรพีภัทร เพื่อพูดคุยเรื่องสถานที่จัดงาน พร้อมทั้งพาชมสถานที่ด้วย วสินหนีบเอารวิกานต์มาด้วย เพราะคิดว่าปล่อยไว้ที่หน้าห้องคงไม่ปลอดภัย หนุ่มๆแถวนั้น ก็แวะเวียนเข้ามาคอบส่งขนมจีบบ่อยครั้ง จนวศินไม่ค่อยจะวางใจ

“สวัสดีครับคุณชาย” วศินเดินเข้ามาพร้อมกับกบ่าวทักทาย

“สวัสดีครับ เรียกผมว่าพีเฉยๆก็ได้ครับ คุณศินอายุมากกว่าผมเสียอีก” รพีภัทรเอ่ยอย่างนอบน้อม

วศินยิ้มให้เล็กน้อย แล้วก้มหัวให้ “ไม่ได้หรอกครับ คุณยายคงเอ็ดผมตายหากทำเช่นนั้น” ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ และยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

“ถ้าอย่างนั้นก็ตามสบายคุณศินนะครับ แต่ตะวัน ไม่ต้องเรียกคุณชายนะคะ เรียกพี่ชายเฉยๆก็ได้” รพีภัทรหันไปหารวิกานต์ ทำสายตากรุ้มกริ่ม รวิกานต์ทำเพียงแค่ยิ้มแหยๆ แล้วส่ายหน้าไปมาเบาๆ

“ไม่ได้หรอกค่ะ คุณชาย มันไม่เหมาะนะคะ” รวิกานต์เหลือบมองสายตาที่แผ่รังสีอำมหิตออกมา สายตาที่คาดโทษว่า เธออาจย่ำแย่หากทำตัวสนิทสนมกับรพีภัทรมากเกินไป

วศินมองตาขวางจริง เขาคิดว่า มันน่าแปลก ที่จู่ๆ รพีภัทรก็อยากจะให้รวิกานต์เรียกตนเองว่าพี่ชาย ทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไรกัน

“พี่ชายพีคะ ตะวันตกใจแย่นะคะ ล้อเล่นแบบ นั้น คุณศินก็ตกใจค่ะ” พิมพ์
ประภัสรีบเขย่าแขน คล้ายว่ารพีภัทรนั้นพูดผิด

“โธ่ ที่รักครับ ก็พี่ชายล้อเล่นน่ะสิ ดูสิ ตกใจกันไปหมด ผมล้อเล่นน่ะครับคุณศิน อย่าถือสาเลยนะครับ แค่อยากจะล้อเล่นน่ะครับ น้องตะวันอย่าทำหน้าตกใจแบบนั้นสิ พี่ชายขอโทษนะคะ” รพีภัทรเอื้อมมือเข้าไปหมายจะแตะที่ใบหน้า แต่วศินเร็วกว่า ดึงรวิกานต์ออกห่างอย่างฉับพลัน

“พี่ชายชอบพูดเล่นค่ะ คุณตะวันอย่าถือนะคะ” พิมพ์ประภัสกล่าวขอโทษเบาๆ

“ไม่เป็นไรค่ะ” รวิกานต์ตอบ ก้มหน้าห้มตาไม่อยากมองไปที่ใครเลยโดยเฉพาะกับวศิน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านไปทั่วจนเธอเริ่มเกร็งมากขึ้นทุกที

“เอาเป็นว่า เดี๋ยวผมพาไปชมห้องที่จะจัดงานเลยดีกว่านะครับ” วศินตัดบท และพาคู่บ่าวสาวไปยังห้องที่จะจัดงาน

วศินแนะนำและเสนอนแนะเรื่องการจัดงานทุกอย่าง โปรแกรมและออแกไนเซอร์ต่างๆที่จะจัดงานเรียกว่าครบเสร็จ เพียงมีแค่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวมาเป็นว่าว่าพิธีก็เกิดได้

ใช้เวลาดูสถานที่และคุยเรื่องรายละเอียดไม่นานเท่าไหร่นัก รพีภัทรจึงขอลากลับก่อน เพราะมีงานต่อในช่วงเย็น

“ผมต้องขอกลับก่อนครับ เอาไว้วันที่แปรนออก ผมจะแวะมาดู” เขาบอก วศินพยักหน้า

“ผมจะรีบให้ฝ่ายเทคนิคจัดการให้ครับ” วศินบอก

“พี่ไปนะคะ น้องตะวัน” รพีภัทรบอกลารวิกานต์ หญิงสาวเพียงแค่ยกมือไหว้แล้วยิ้มบางๆ

“แล้วเจอกันนะคะน้องตะวัน” พิมพ์ประภัสเองก็ดูจะเอ็นดูรวิกานต์ไม่น้อย หญิงสาวเอื้อมจับมือรวิกานต์เอาไว้แล้วยิ้มให้อย่างอ่อนโยน

“ค่ะคุณพิมพ์” รวิกานต์ยิ้มตอบ

ทั้งคู่บอกลาเจ้าของโรงแรมและเลขาสาว ก่อนจะเดินกระหนุงกระหนุงเคียงกันไป

“เค้ากำลังจะแต่งงานนะ”

“ใครคะ” รวิกานต์ทำหน้างงกับคำพูดของวศิน

“ก็คุณชายพี”

“ทราบค่ะ”

“แล้วทำยังทำท่าแบบนั้นใส่คุณชาย คุณชายมีคู่หมั้นแล้ว อีกไม่กี่วันจะแต่งงานนะ ทำไมยังเล่นหูเล่นตากับคุณชายอีก ไม่ละอายบ้างหรือไง” วศินตั้งคำถามแบบหาเรื่อง รวิกานต์ส่ายหน้าดิก

“เปล่านะคะ”

“เปล่าเหรอ ฉันเห็นนะ เธอส่งสายตาให้เขาตลอด คิดอะไรอยู่ ถ้าคุณพิมพ์เธอเห็นเข้า คิดว่าเธอจะสบายใจหรือเปล่า” เขาตวาดใส่เสียงดัง ทำเอารวิกานต์สะดุ้งตกใจ

“แต่ตะวันเปล่า”

“ฉันไม่เข้าใจ ทำไมเธอต้องก่อเรื่องตลอดเวลา ทำไมเหรอ ตอนแม่เธอยังอยู่ เธอยังก่อปัญหาเอาไว้ไม่มากพอหรือไง แม้กระทั่งแม่ตายไป เธอก็ยังทำให้ผ่องนอนตายตาไม่หลับ” คำพูดของวศินทำเอารวิกานต์นิ่งอึ้ง ไม่คิดว่าเขาจะกล่าวหาเธอแบบนั้น

“ค่ะ ตะวันทราบ ว่าเป็นเพราะตะวัน ที่ทำให้แม่ต้องตาย ตะวันรู้และยอมรับผิดทั้งหมด คุณศินไม่ต้องมาย้ำหรอกค่ะ ตะวันรู้แล้ว ว่าตะวันมันตัวซวย” รวิกานต์เอ่ยออกมาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ วศินต่อว่าเธอตลอดเวลาเรื่องแม่ ซึ่งเธอก็ยอมรับ และไม่เช้าใจว่า ทำไมเขาต้องคอยเอาแต่ย้ำเรื่องนั้นตลอดเวลา

วศินนิ่งไปชั่วครู่ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่รวิกานต์ตอบโต้เขาด้วยคำพูดที่เหมือนจะติดประชดแบบนั้น เขาไม่เคยคิดว่าเธอจะน้อยใจหรือเสียใจกับคำพูดของเขา เพราะโดยปกติ เธอจขะนิ่งและฟังเฉยๆตลอดเวลา

“นั่นเธอจะไปไหน” เขาถามขึ้นเมื่อรวิกานต์ตั้งหน้าตั้งตาเดินออกไปจากตรงนั้น

“ตะวันมีงานที่ต้องทำค่ะ เอาไว้ตอนที่กลับไปบ้าน คุณศินค่อยหาเรื่องตะวันใหม่นะคะ ตอนนี้ตะวันไม่อยากทะเลาะด้วย ขอตัวค่ะ” รวิกานต์พูดจบก็เดินออกไปอย่างรวดเร็ว วศินได้แต่มองตาม ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด แล้วก็รู้สึกผิด ที่พูดจารุนแรงเกินไป

“จะสนใจทำไม ก็ยัยนั่นมันตัวซวยจริงๆนี่หว่า” เขาบ่นกับตัวเอง ก่อนจะเดินออกไปอีกทางด้วยความไม่อยากยอมรับว่าตัวเองผิดจริงๆ


....................
ความคิดเห็นที่ 1

โอ๊ยยยยยยคนเราป่านนี้ยังไม่รู้ตัวอีกนะ......คุณ minikunnoo จ๋า นิยายที่แต่งจบแล้วอ่ะ ออกเป็นเล่มหรือยังค่ะ ออกแล้วแจ้งหน่อยได้ไหมค่ะ จะตามอุดหนุน
โดย panon เมื่อ 2013-07-05 จำนวนโพสรวม 78 ครั้ง
หมายเหตุ : เข้าสู่ระบบก่อน จึงจะโพสความคิดเห็นได้
Untitled Document