header
Untitled Document
Left
 
สั่งซื้อ หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว แจกฟรีทันที รักร้อนดั่งไฟ, ไฟรักผลาญใจ, ใจขอเพียงรัก, ดั่งสวรรค์สาป...ว่าให้รัก, หวานชะมัดแผนรักปล้นใจ จะเลือกเล่มใดเล่มหนึ่งหรือทั้งหมดก็ได้ ค่าส่งเล่มละ 50 บาท (เลือก 5 เล่มก็ 250 บาท) โอนเงินมาพร้อมกับการสั่งซื้อ หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว เข้าบัญชี มงคลชัย ชัยวิสุทธิ์ ธนาคารกสิกรไทย 731-2-44211-0 เสร็จแล้วส่งสลิปใบโอนเงินและชื่อที่อยู่ที่ให้จัดส่งพร้อมเบอร์โทรศัพท์ มาที่ mchaivis@hotmail.com โปรโมชันนี้ถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2559 เท่านั้น รีบหน่อยนะคะก่อนหนังสือจะหมด

Click
บ่วงตะวัน ตอนที่ 8
โดย minikunnoo เมื่อ 2013-08-02
บทที่ 8

กรกมลยังคงดำเนินแผนการช่วยสินทรในการจีบรวิกานต์ต่อไปเรื่อยๆ ยิ่งได้รู้ว่าวศินไม่ชอบใจที่รวิกานต์กำลังจะมีแฟนก็ยังไม่พอใจ และยิ่งอยากให้รวิกานต์ไปไกลๆหูไกลๆตาเสียที

“กรคิดว่าเขาคงชอบกันมากนะคะ เห็นว่าอีกไม่กี่วัน จะถึงวันเกิดของสินทร เขาจะไปดินเนอร์กันสองคนนี่คะ”

“คุณรู้ได้ยังไง” สีหน้าวศินราบเรียบ แต่ในใจกลับกระวนกระวาย

“ก็พอดีกรเจอสินทรเข้าโดยบังเอิญน่ะค่ะ เขาเลยพูดให้ฟัง เขายังฝากขอบคุณกรเลยนะคะ ที่ทำให้ได้เป็นแฟนกับตะวัน” กรกมลบอกน้ำเสียงสดใส

“ตะวันตกลงเป็นแฟนกับนายสินทรแล้วเหรอ”

“ใช่ค่ะ เห็นว่าตอบตกลงไปแล้ว” กรกมลยังไม่วายใส่ความ วศินได้แต่เก็บความไม่พอใจเอาไว้

ทั้งที่เขาไม่ไว้ใจจะให้รวิกานต์คบใคร เพราะไม่อยากให้ใครต้องมาเสียใจกับรวิกานต์ เพราะเธอเป็นคนอันตราย เป็นผู้หญิงอันตรายที่นอกจากจะใจแตกแล้วยังเป็นเด็กบ้าปาร์ตี้อีกด้วย

หลังจากที่กรกมลกลับไป รวิกานต์ถูกเรียกตัวให้เข้าไปพบ ไม่มีเหตุผลอื่นใด นอกจาก คำถามที่รวิกานต์ไม่อยากจะตอบเอาเสียเลย

“ตกลง เป็นแฟนกันแล้วใช่มั้ย กับนายสินทรนั่น”

“คะ คุณศินไปเอามาจากไหนคะ” รวิกานต์ทำหน้างงๆเล็ฏน้อย แล้วก้ย่นคิ้วเข้าหากัน นี่เขาไปเอามาจากไหน ว่าเธอเป็นแฟนกับสินทร

“เอามาจากไหนก็ช่าง แต่จริงหรือเปล่า” เขาเงยหน้ามอง คนตรงข้ามโต๊ะได้แต่ย่นคิ้วเข้าหากัน

“ไม่ค่ะ”

“อย่าปฏิเสธเลย แหล่งข่าวของฉันเชื่อถือได้” วศินบอก เขาทำเสียงเชื่อสนิทใจว่าเธอกับสินทรนั้นเป็นแฟนกัน

“ถ้าคุณศินเชื่ออย่างนั้น ตะวันก็ไม่มีอะไรจะพูดค่ะ” รวิกานต์ถอนใจแรงๆ แต่วศินคงไม่ทันได้เห็น สีหน้าเธอบ่งบอกว่า เริ่มเซ็งกับอาการเชื่อคนงายของวศินรวมไปถึง สิ่งที่เขาคิดว่าตัวเองถูกคตลอดเวลา

“คิดจะคบจริงๆงั้นเหรอ”

“ถ้าคุณศินอยากให้คบ ตะวันก็คงต้องคบค่ะ” น้ำเสียงรวิกานต์ติดประชด สิ่งนี้คือสิ่งที่วศินจับสังเกตุได้ และมองด้วยอารมณ์หงุดหงิด

“งั้นถ้าฉันสั่ง ไม่ให้เธอเข้าใกล้นายสินทรนั่นอีก เธอจะว่ายังไง”

“ทำไมคะ”

“มันไม่เหมาะ”

“ไม่เหมาะยังไงคะ ในเมื่อ ตะวันเป็นแค่ลูกคนใช้ และสินทรเองก็เป็นพนักงานบัญชี เหมาะสมกันจะตาย”

“ตะวัน” วศินลุกขึ้นเอามือเท้าโต๊ะ สีหน้าของเขาบอกว่าเขากำลังพูดถึงเรื่องซีเรียส แต่รวิกานต์ไม่ค่อยอยากจะใส่ใจ เพราะเธอคิดว่า ไม่ว่าเธอจะทำอะไร ยังไงเธอก็ผิดในสายตาเขาอยู่ดี

“แล้วคุณศินจะให้ตะวันทำยังไงคะ ตอนแรกตะวันบอกว่าไม่ คุณศินก็บอกไม่เชื่อ พอบอกว่าใช่ คุณศินก็บอกว่าห้ามเข้าใกล้ สรุป จะให้ตะวันทำยังไงงั้นเหรอคะ คุณศินถึงจะพอใจ” รวิกานต์คล้ายคนเก็บกด พรั่งพรูสิ่งที่ตนเก็บเอาไว้ในใจออกมา

“อย่ามาขึ้นเสียงกับฉันนะตะวัน เธอมันตัวอันตราย ไม่รู้หรือไง ไม่คิดบ้างเหรอ ว่าจะทำให้สินทรเขาโชคร้าย” รวิกานต์กำมือแน่น ยังไงเสีย วศินก็ไม่มีทางมองเธอมากกว่าเป็นตังซวยอีกแล้วแน่ๆ

“แล้วการที่คุณศินหนีบตะวันไปด้วยตลอด ไม่กลัวจะซวยเพราะตะวันบ้างเหรอคะ” เธอสวนกลับ วศินนิ่งอึ้ง

“ก็เพราะฉันไม่ต้องการให้เธอสร้างความเดือดร้อนให้ใครไงล่ะ ฉันถึงต้องกันเธอให้ออกห่างจากทุกคน”

“ขอบคุณมากนะคะ แต่ทางที่ดี คุณศินอย่ามาอยู่ใกล้ตะวันจะดีกว่าค่ะ เพราะคนอย่างตะวัน ดีแต่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน เดี๋ยวคุณศินจะเดือดร้อนเพราะตะวันได้นะคะ ถ้าคุณศินไม่มีอะไรแล้ว ขอตัวก่อนค่ะ มีงานต้องทำ” รวิกานต์ไม่รอช้า หมุนตัวรีบเดินออกไปจากห้องของวศินทันทีก่อนที่ชายหนุ่มจะทันตั้งตัว

“เดี๋ยวก่อน นี่ตะวัน ยัยเด็กแสบ กลับมาก่อนนะ” ไม่มีเสียงตอบกลับ และไม่มีรวิกานต์อยู่ในห้องอีกแบ้ว หญิงสาวเดินออกไปปิดประตูเสียงดังใส่ เป็นครั้งแรกที่วศินได้เห็นรวิกานต์โมโหฟอย่างจริงจัง

เขาจะต้องทำอะไรบางอย่าง เขาจะต้องกันรวิกานต์ออกจากสินทรให้ได้เร็วไว ก่อนที่จะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น แล้วทำให้คุณยายของเขาต้องเป็นกังวล

..............

วันนี้วศินจำเป็นต้องออกไปพบลูกค้าข้างนอก ด้วยความไม่ไว้ใจรวิกานต์เลยหนีบติดเธอไปด้วย เขาไม่ยอมให้รวิกานต์ห่างตัวเลย ไม่ว่าจะไปไหน ทำอะไร จนกระทั่งกลับถึงบ้าน ก็ต้องรอจนรวิกานต์เข้าห้องเรียบร้อย เขาทำเหมือนเธอเป็นนักโทษ ที่ต้องคอยจับตาดูตลอดเวลา

ผ่านไปกว่าเดือน กรกมลมาที่โรงแรมแทบทุกวันเพราะไม่ต้องการให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกันมากเกินไป แต่ก็ห้ามอะไรมากไม่ได้ เมื่อทั้งสองจะต้องทำงานด้วยกันทุกวัน จนกรกมลเริ่มมองเห็นความเปลี่ยนไปของวศินที่มีต่อรวิกานต์ จากที่เคยชังนักหนา บัดนี้กลับต้องการเห็นหน้าทุกคืนวัน

งานแต่งงานของรพีพัตรก็ใกล้เข้ามาทำให้วสินและรวิกานต์ต้องอยู่ด้วยกันมากขึ้น แทบจะตลอดเวลา และเพราะงาน ทำให้ทั้งคู่ ไม่มีเวลาที่จะทะเลาะกัน โดยเฉพาะเมื่อวศินเริ่มมองเห็นอะไรดีๆที่มีในตัวรวิกานต์มากขึ้นทุกวัน

“คุณศินคะ บริเวณนี้ ตะวันว่าเราควรใส่ดอกกุหลาบเพิ่มค่ะ เพราะคุณพิมพ์เธอชอบ แล้วคุณชายเองก็อยากให้เป็นแบบนั้น” รวิกานต์เดินถือแปรนที่ใช้สำหรับเตรียมจัดงานเข้ามาหาวศินที่กำลังยืนคุบเรื่องโครงสร้างของเวทีอยู่ใจกลางห้องโถงจัดงานเลี้ยง

“เอาสิ เธอเห็นว่ายังไงล่ะ”

“ตะวันคิดว่า บริเวณนี้ ควรเพิ่ม ส่วนตรงนี้ ไม่ต้องก็ได้ค่ะเพราะมันจะดูรกเกินไป” วศินยืนฟังสิ่งที่รวิกานตืพูดนิ่งๆ หลายครั้งที่เขาต้องยอมรับในการตัดสินใจของเธอ และต้องยอมรับว่าเธอฉลาดในการจัดงานเลี้ยงมากพอดู
รวิกานต์มักทำให้เขาอึ้งในเรื่องงาน รวมไปถึง เรื่องความมีน้ำใจของเธอที่มีต่อเพื่อนร่วมงาน เขาเริ่มจะไม่แปลกใจ ที่เห็นใครๆรักใคร่เอ็นดูเธอ

“เอาไว้แค่นี้ก่อนดีกว่า ไปกินข้าวกันเหอะ ฉันหิวละ” อยู่ๆ เขาก็หยุดสิ่งที่รวิกานต์กำลังพูด วศินรวบเอาแปรนทั้งหมดไปไว้ในมือก่อนจะเดินนำออกไป
รวิกานต์สั่งใหยุดงานทั้งหมดของทุกคนที่กำลังทำงานเพื่อทานอาหารกลางวัน ก่อนจะเดินตามวศินไป

วศินเดินนำรวิกานต์ออกมาด้านนอกโรงแรม เขาตรงดิ่งสู่ร้านอาหรตามสั่งบริเวณริมถนนที่โดยปกติรวิกานต์จะมานั่งทานที่นี่กับสินทรและรตีเสมอ
รตีนั้นนั่งอยู่ก่อนแล้วมองไปเห็นวศินแต่ไกลก็รีบหลบ โดยไม่ลืมลากสินทรให้หลบไปด้วยกัน

“หลบทำไม” สินทรงงกับอาการของรตี เขายังกินข้าวไม่อิ่มเลยด้วยซ้ำ

“นายไม่เห็นเหรอ นู่น บอสเดินมานู่น” รตีชะโงกหน้าออกไปมอง ที่กำบังของทั้งสองคือเข่งใส่ขยะ

“แล้วทำไมต้องหลบ แค่บอสเดินมา”

“นี่นายตาบอดเหรอ บอสเดินมากับตะวัน ฉันต้องรายงานคุณกร” ว่าแล้วรตีก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นนมากดถ่ายภาพ รวิกานต์และวศินที่นั่งอยู่ด้วยที่ร้านอาหารตามสั่ง

“บ้าเหรอ ถ่ายทำไม”

“ก็ให้คุณกรรู้น่ะสิ ว่าทั้งคู่สนิทกันขนาดไหน” รตีกดไม่ยั้ง ได้ภาพมามากมายพอที่จะทำการเขย่าขวัญกรกมลให้เหวี่ยงได้ทันที

“ทำไมมาทานที่นี่คะ”

“ทำไมล่ะ ฉันเห็นเธอมาบ่อยๆ เลยอยากรู้ว่ามันมีดีอะไรนักหนา” วศินเริ่มปลดเนคไทและกระดุมเสื้อ เขาพับแขนเสื้อขึ้นด้วยความร้อนอบ บวกกับร้านตั้งอยู่ริมถนน ไอรถยนต์แผ่ขึ้นมายิ่งร้อนเข้าไปอีก

“แล้วคุณศินจะทานได้เหรอคะ อาหารที่ร้านนี้รสจัดนะคะ”

“แล้วปกติเธอกินอะไรล่ะ”

“กระเพราะไก่ไข่ดาวค่ะ”

“เบๆนะ งั้นฉันขอกระเพราไก่อย่างที่เธอกิน แต่ไม่เอาไข่นะ ไม่ชอบ”

“แน่ใจเหรอคะ” รวิกานต์ย่นคิ้ว แบบที่เธอกินน่ะหรือ เขาจะกินได้

“เถอะน่า เร็วๆ ฉันหิว” วศินเร่ง รวิกานต์จึงต้องเดินไปสั่งอาหารตามที่วศินสั่ง

ผ่านไปชั่วครู่ ผัดกระเพราะสองจานก็วางตรงหน้า วสินมองแล้วแอบลอบกลืนน้ำลาย เพราะในจานของเขา มีแต่พริกสีแดงสดเต็มจานไปหมด ไม่รู้เขาจะกินได้หรือไม่ เพราะเขากินเผ็ดไม่เก่งเลยแม้แต่นิดเดียว

“ไหวมั้ยคะ” รวิกานต์ถามเมื่อเห็นวศินจ้องจานข้าวนานผิดปกติ

“ไหวสิ แค่นี้ จิ๊บๆ” เขาบอก แล้วตักข้าวคำแรกเข้าปาก เคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย แต่ในใจ กลับอยากจะคายทิ้งเสียให้ได้ แต่เขาจะไม่อยากจะเสียหน้า โดยเฉพาะ กับรวิกานต์

ผลสรุปการไม่อยากเสียหน้าของวศิน ทำให้ชายหนุ่มหน้าแดงเป้นแตงโม หนำซ้ำเหงื่อยังออกมาแทบจะทุกรูขุมขนเลยก็ว่าได้

รวิกานต์ก้มหน้าหัวเราะ วศินมองตาขวางใส่ทันที

“ขำอะไรนักหนา” เขาถาม พรางยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดเหงื่อ

“ก็ขำคนดื้อสิคะ มาค่ะ ตะวันเช็ดให้” รวิกานต์กานต์ยื่นผ้าเช็ดหน้าที่ติดตัวมาไปซับเหงื่อให้ วศินมองตามมือก่อนที่สายตาของเขาจะจับจ้องใบหน้าแสนหวานของรวิกานต์เอาไว้นิ่ง

“เอ่อ เดี๋ยวฉันเช็ดเองก้ได้” วศินดึงเอาผ้าเช็ดหน้ามาไว้ในมือ รวิกานต์รู้ว่าตัวเองทำอะไรเกินเลยไปก็คิดจะขอโทษ แต่ไม่ทันแล้ว เมื่อวศินลุกออกไปจากตรงนั้นเสียก่อน

รวิกานต์จ่ายเงินค่าอาหาร แล้วรีบเดินตามเจ้านายไปด้วยความงงๆ

.............
หมายเหตุ : เข้าสู่ระบบก่อน จึงจะโพสความคิดเห็นได้
Untitled Document