header
Untitled Document
Left
 
สั่งซื้อ หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว แจกฟรีทันที รักร้อนดั่งไฟ, ไฟรักผลาญใจ, ใจขอเพียงรัก, ดั่งสวรรค์สาป...ว่าให้รัก, หวานชะมัดแผนรักปล้นใจ จะเลือกเล่มใดเล่มหนึ่งหรือทั้งหมดก็ได้ ค่าส่งเล่มละ 50 บาท (เลือก 5 เล่มก็ 250 บาท) โอนเงินมาพร้อมกับการสั่งซื้อ หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว เข้าบัญชี มงคลชัย ชัยวิสุทธิ์ ธนาคารกสิกรไทย 731-2-44211-0 เสร็จแล้วส่งสลิปใบโอนเงินและชื่อที่อยู่ที่ให้จัดส่งพร้อมเบอร์โทรศัพท์ มาที่ mchaivis@hotmail.com โปรโมชันนี้ถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2559 เท่านั้น รีบหน่อยนะคะก่อนหนังสือจะหมด

Click
รอยร้าย ร่ายรัก (บทที่ 1)
โดย Tipplee08 เมื่อ 2013-09-04
บทที่ 1

“ขอโทษครับ ผมเห็นคุณหญิงคนนั้นออกไปเลยนึกว่า ...เปิดแล้ว” คนที่เพิ่งเลื่อนประตูปิด เงยหน้าขึ้นมาก็อึ้งไปเหมือนกัน ก่อนจะหยุดพูด และหยุดอากัปกิริยาทุกอย่างลง จ้องหน้าเจ้าของร้าน ด้วยความประหลาดใจ

“อ้าว คุณคะ ร้านยังไม่เปิดค่ะ” มลินี เดินมาเห็นเข้าจึงรีบบอกแก่ลูกค้าคนใหม่

“ขอโทษครับ คือผมมาเพราะประกาศในอินเตอร์เน็ต” ผู้มาเยือนรีบบอก เบือนหน้าไปหามลินีหลังจากที่อึ้งอยู่นาน

“เหมี่ยว พี่ไปเอาของที่บ้านแป๊บนะ ฝากดูแลคุณลูกค้าด้วย” พอรู้สึกตัว ณิฐชาจึงรีบเดินออกไปจากตรงนั้น โดยไม่รอให้มลินีทักท้วงได้ทัน

“คุณนั่งรอก่อนนะคะ ถ้ามาเรื่องบ้าน เดี๋ยวต้องรอพี่ทิพย์ค่ะ เชิญด้านนี้ค่ะ” มลินีเชิญแขกด้วยความอ่อนโยน พาเขามานั่งในมุมหนึ่งของร้าน ชายหนุ่มตามมาด้วยท่าทีเกรงใจ

มลินีนำเครื่องดื่ม และขนมมาเสิร์ฟให้ เป็นเพียงน้ำเปล่าและครัวซองชิ้นเล็กสองสามชิ้นเพื่อให้ชายหนุ่มได้รองท้องก่อนจะได้พบกับณิฐชา

“น้องครับ” ชายหนุ่มเรียกมลินีเอาไว้

“ค่ะ จะรับอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่าคะ ถ้าจะทานกาแฟคุณคงต้องรอพี่ทิพย์มาทำนะคะ รายนั้นทำอร่อยค่ะ” มลินียิ้มให้อย่างมีไมตรี

“คนเมื่อกี้เจ้าของร้านเหรอครับ” เขาถาม พรางสอดส่ายสายตาไปมารอบๆกาย

“ค่ะ ชื่อพี่ทิพย์ค่ะ ชื่อเหมือนร้าน คุณสนใจเหรอคะ บอกเลยค่ะว่าโสด” ด้วยความเป็นคนอารมณ์ดีและชอบสนทนา มลินีเลยเผลอแหย่คนมาใหม่ด้วยความตลก แต่อีกฝ่ายกลับทำหน้าเหมือนตกใจ

“โหคุณ หนูล้อเล่นค่ะ รอแป๊บนึงนะคะ หนูจะไปเปิดร้านก่อน” มลินีเห็นอีกฝ่ายนิ่งไป จึงรีบแก้ แล้วเดินออกมาจากตรงนั้น


ณิฐชาเดินกลับเข้ามาในบ้าน ตรงไปยังห้องครัวเพื่อหยิบเอาถาดขนมเค้กที่เหลือ แต่เหมือนมือของเธอจะไร้เรี่ยงแรงอย่างไรไม่รู้ เพราะตอนนี้มันเอาแต่สั่น สั่นไปทั้งตัว จนแทบจะคุมตัวเองไม่อยู่

“ไม่ใช่หรอก แค่หน้าเหมือนกัน เขาไม่มีทางมาอยู่ที่นี่หรอก” ณิฐชาบอกตัวเอง ก่อนจะพยายามสูดลมหายใจเข้าออกแรงๆ และพยายามบังคับตัวเองไม่ให้สั่น ก่อนจะคว้าถาดขนม และเดินออกไปจากครัว

ณิฐชากลับมาพร้อมถาดขนมในมือ มลินีเปิดร้านเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวมารับถาดขนมจากนายจ้าง ก่อนกระซิบเบาๆ

“เขาบอกว่าจะมาเช่าบ้านตามที่เราประกาศค่ะพี่ทิพย์” มลินีว่า แล้วรีบเลี่ยงออกไปจัดขนมที่หน้าตู้

ณิฐชาสูดอากาศเข้าปอดอีกครั้ง ปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะเดินช้าๆ เข้าไปหาผู้มาเยือน

“สวัสดีค่ะ” ณิฐชากล่าวเบาๆ คนที่นั่งกดโทรศัพท์มือถืออยู่รีบเงยหน้าขึ้น ปิดโปรแกรมแชทแล้วเก็บเข้ากระเป๋ากางเกง

“ครับ” เขาตอบ จ้องมองใบหน้าของคนที่ไม่คาดคิดว่าจะพบเจอกันอีกในชาตินี้

“เหมี่ยวบอกว่า คุณมาเพราะข่าวที่เราประกาศไว้” ณิฐชานั่งลงฝั่งตรงข้าม สบตาคนตรงข้ามอย่างตรงไปตรงมา

“ทิพย์ จำพี่ไม่ได้เหรอ” ในที่สุด ก็เป็นอีกฝ่าย ที่ต้องเอ่ยถามด้วยความว้าวุ่นใจ

“คุณเห็นข้อตกลงที่เขียนเอาไว้แล้วใช่ไหมคะ จะอยู่เอง หรือเช่าให้ใครอยู่คะ” ณิฐชาพยายามไม่สนใจกับสิ่งที่อีกฝ่ายพูด เธอกระพริบตาถี่ๆ เพื่อไม่ให้อารมณ์กระเจิดกระเจิง

“ทิพย์” ชายหนุ่มตรงหน้าเม้มปากแน่น

“คะ” หญิงสาวเผลอตอบแล้วจ้องหน้าเขา

“ไม่เจอแค่ไม่กี่ปี จำพี่ไม่ได้แล้วใช่ไหม” เขาพยายามจะจ้องเธอกลับ แต่มีบางอย่างทำให้ณิฐชาต้องหลบตาและหันหน้าไปทางอื่น

“โอเคค่ะ คุณตั้ม จะเช่าบ้านให้ใครอยู่งั้นเหรอคะ” สุดท้าย ณิฐชาก็ต้องยอมรับ ว่าตัวเองรู้จักผู้ชายตรงหน้า ทั้งที่ไม่อยากจะรู้จักเลยด้วยซ้ำ

ชายหนุ่มแสดงสีหน้าลำบากใจ เขาคือพงพษ์พัฒน์ หรือ ตั้ม คนที่ณิฐชาไม่อยากจะเก็บเอาไว้ในความทรงจำ แต่กลับมีเค้าทั้งหัวใจ คนที่เธอ พยายามจะลืมที่สุดในชีวิต คนที่ไม่คิดว่าจะกลับมาพบเจอ

“อ้าว สองคนนี้รู้จักกันด้วยเหรอคะ” มลินีที่เดินเข้ามาพอดี เอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะได้ยินชายหนุ่มเรียกชื่อเจ้านายเธอหลายครั้ง ก่อนวางแก้วเครื่องดื่มให้กับณิฐชา

“เหมี่ยว พี่ฝากดูร้านแป๊บนึงนะ พี่จะพาคุณเขาไปดูบ้าน” ณิฐชาบอกแล้วหันไปหาชายหนุ่ม “เชิญค่ะ ไปดูบ้านก่อนดีกว่า แล้วค่อยตกลง เผื่อคุณไม่ชอบ” ณิฐชาก็ลุกขึ้น เดินนำไปก่อน ชายหนุ่มรีบเดินตามด้วยความรวดเร็ว
ระหว่างที่เดินเข้าไปด้านใน พงษ์พัฒน์ พยายามที่จะเดินเข้าไปขนาบข้าง เพื่อพูดอะไรบางอย่าง แต่เขาก็เปลี่ยนใจ เดินไปด้วยกันเฉยๆ

“บ้านหลังนี้ปิดเอาไว้หลายปีแล้วค่ะ มีห้องน้ำในตัว หนึ่งห้องนอน มีพื้นที่นั่งเล่น อุปกรณ์อำนวยความสะดวกทุกอย่างมีครบค่ะ มีครัวเล็กๆด้านหลัง เป็นบ้านของน้องชาย แต่เขาไม่กลับมาแล้ว เลยจะเปิดให้เช่า” ณิฐชาบอกพร้อมกับหยิบกุญแจมาไขเปิดบ้าน เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้เข้าไปด้านในก่อน แล้วจึงตามเข้าไป

“ขวามือเป็นห้องครัวค่ะ พื้นเป็นแบบลดหลั่น ห้องน้ำอยู่ก่อนถึงครัวนะคะ แล้วก็ด้านซ้ายเป็นห้องนอน โถงตรงนี้ใช้เป็นที่สำหรับนั่งเล่น รับแขกก็ได้ค่ะ” ณิฐชายังอธิบายรายละเอียดส่วนอื่นๆต่อไปโดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายกำลังจ้องมองหญิงสาวด้วยสายตาที่แสนจะคาดเดา

เป็นเวลากี่ปีแล้ว พงษ์พัฒน์พยายามนึก สองปีแล้วสินะที่ไม่ได้พบเจอกัน ไม่คิดเลยว่าณิฐชาจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ หญิงสาวที่เคยมีแต่รอยยิ้มและคำพูดคำจากวนประสาท ชอบชวนทะเลาะ แล้วก็ออกเพี้ยนๆ จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่นิ่งสงบได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ที่สำคัญ เธอพยายามที่จะไม่ทักทายเขา เช่นเมื่อก่อน

“พี่ เอ่อ ผมอยากรู้ว่า ผมต้องทำสัญญากี่ปี” เขาเปลี่ยนสรรพนามทันทีเมื่อคิดว่าอีกฝ่ายอาจะไม่ต้องการให้เขาใช้คำพูดสนิทสนมเช่นเดิม

“ต้องทำสัญญาเช่าหนึ่งปีค่ะ แต่สำหรับคุณ หกเดือนก็ได้ค่ะ ถ้าพร้อมก็วางเงินตามเงื่อนไขในประกาศ พร้อมนำสำเนาเอกสารมาทำสัญญาก่อนจะย้ายเข้าหนึ่งวันค่ะ คุณตกลงหรือคะ” ณิฐชาเริ่มหวั่นใจ ใจหนึ่งก็อยากให้เขาเช่า แต่อีกใจหนึ่งกลับผลักไส และไม่ต้องการให้เขาตกลง

“ผมขอคิดดูก่อน ขอเบอร์ไว้ได้ไหมครับ ถ้ายังไงจะติดต่อกลับมา” พงษ์พัฒน์ไม่สามารถตัดสินใจเองได้ในทันที เขาต้องปรึกษากับเพื่อนก่อน และเขาไม่อยากรับปากสุ่มสี่สุ่มห้าหากเพื่อนไม่ตกลง

“ตามสบายค่ะ เดี๋ยวคุณไปขอนามบัตรกับเหมี่ยวได้เลยค่ะ ดิฉันขอปิดบ้านก่อน” เจ้าของบ้านบอก แล้วทำท่างวดอยู่กับการปิดบ้านหลังเล็กซึ่งอยู่ในรั้วเดียวกัน

พงษ์พัฒน์เดินไปแล้ว ณิฐชาทำหน้าบอกไม่ถูกว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไร ดีใจ เสียใจ ใบหน้าของเธอร้อนผะผ่าว มือยังสั่นทั้งที่พยายามบังคับเอาไว้ กว่าจะล็อกกุญแจบ้านได้ก็ผ่านไปหลายนาที เธอหมุนตัว มองดูว่าพงษ์พัฒน์ยังอยู่ในบริเวณร้านหรือไม่ จนกระทั่งเมื่อเขาจากไป หญิงสาวจึงเดินเข้าไปในร้านเบเกอรี่ของเธอ

“เขาไม่ตกลงเหรอคะพี่ทิพย์” มลินีเอ่ยถาม ณิฐชาเพียงแค่ส่ายหน้าไปมาเบาๆ

“แล้วรู้จักกันเหรอคะ” มลินีถามอีก ด้วยความอยากรู้

“เปล่าจ้ะ” ณิฐชาปฏิเสธ แล้วหันหน้าเข้าหาบาร์ จัดการอุปกรณ์ที่ยังไม่เรียบร้อยให้เข้าที่

“ตัวเองๆ เมื่อกี้เขาเหมือนเห็นพี่ตั้ม ใช่หรือเปล่าน่ะ” เสียงแหลมๆพร้อมร่างของวันวรางค์เดินกึ่งวิ่งเข้ามาในร้านพร้อมด้วยถุงอุปกรณ์การทำขนมจำนวนมาก ตามมาด้วยพัชราภรณ์ แฟนสาวหล่อของเธอที่ถือของตามแทบไม่ทัน

“เห็นที่ไหนเหรอคะ” ณิฐชาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ “จำผิดคนมั้ง” เธอว่าแล้วไม่สนใจเท่าไหร่

“แต่เห็นจริงนะ” วันวรางค์ยังพยายามจะถาม คิ้วหนาของเธอบ่นเข้าหากัน ในขณะที่พัชราภรณ์ส่ายหน้าไปมาเบาๆ

“เห็นไหม เขาบอกตัวเองแล้ว ว่าไม่ใช่ ไอ้ขี้มั่ว” มือของพัชราภรณ์วางบนหัวแฟนสาวแล้วเขย่าไปมา

“โอ้ย ไอ้พี่โอ๋ เดี๋ยวเถอะ” วันวรางค์ส่งเสียงแหลมดุแฟน วันวรางค์เป็นหญิงสาวผิวสีน้ำผึ้งผมยาวกลางหลังสบัดไปมาเมื่อถูกขยี้ เสียงของวันวรางค์มักจะแหลมขึ้นมาทุกครั้งที่ต้องการจะเถียงหรือเอ็ดอึงใส่แฟน ส่วนพัชราภรณ์นั้นเป็นสาวหล่อร่างเล็กที่ส่วนสูงเท่ากับวันวรางค์ เป็นทอมตี๋ที่สวมแว่น อาหมวยที่ใครๆต่างพากันเรียก

“พอแล้วน่าทั้งคู่ เอาของไปเก็บก่อนไป เดี๋ยวเราจะไปส่งของที่โรงแรมใกล้ๆนี่ ฝากดูร้าน แล้วก็ ทำครัวซองเนยสดให้ด้วยนะ จะหมดแล้ว โอ๋ เจ๊ขอแบบนิ่มๆหน่อยนะ ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนมีอายุน่ะ” ณิฐชาเอ่ยปากดุเบาๆ สั่งงานแล้วเดินถือกล่องขนมที่จะจัดส่งออกมาจากร้าน

“เหมี่ยว ผู้ชายคนที่เพิ่งเดินไปนั่นใคร” วันวรางค์ยังไม่ยอมแพ้ ยื่นหน้าเข้าไปถาม มลินีในบาร์

“ไม่รู้สิคะ บอกว่าจะมาเช่าบ้าน แต่เหมือนรู้จักพี่ทิพย์เลยนะคะ แต่พอถาม ก็บอกไม่รู้จัก หนูเลยไม่ถามต่อ เดี๋ยวพี่ทิพย์ด่าเอา” มลินีทำหน้าตูม รู้อยู่แก่ใจ ว่าเจ้านายเป็นพวกไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายเรื่องส่วนตัว

“มันต้องมีอะไรแปลกๆ ว่าไหมตัวเอง” วันวรางค์กอดอกแน่น หันไปหาแฟนทอมด้วยสีหน้าครุ่นคิด

“เอาน่ะ ถ้ามีอะไรเจ๊แกก็บอกเองแหละ เอาของไปเก็บ แล้วไปทำครัวซองค์” พัชราภรณ์แบกถุงข้าวของที่ซื้อมาเตรียมทำขนมปังวันนี้ขึ้น แล้วเดินผิวปากผ่านหน้าวันวรางค์ไป ปล่อยให้แฟนสาวใช้ความคิดอยู่เพียงลำพัง

……………..
หมายเหตุ : เข้าสู่ระบบก่อน จึงจะโพสความคิดเห็นได้
Untitled Document