header
Untitled Document
Left
 
สั่งซื้อ หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว แจกฟรีทันที รักร้อนดั่งไฟ, ไฟรักผลาญใจ, ใจขอเพียงรัก, ดั่งสวรรค์สาป...ว่าให้รัก, หวานชะมัดแผนรักปล้นใจ จะเลือกเล่มใดเล่มหนึ่งหรือทั้งหมดก็ได้ ค่าส่งเล่มละ 50 บาท (เลือก 5 เล่มก็ 250 บาท) โอนเงินมาพร้อมกับการสั่งซื้อ หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว เข้าบัญชี มงคลชัย ชัยวิสุทธิ์ ธนาคารกสิกรไทย 731-2-44211-0 เสร็จแล้วส่งสลิปใบโอนเงินและชื่อที่อยู่ที่ให้จัดส่งพร้อมเบอร์โทรศัพท์ มาที่ mchaivis@hotmail.com โปรโมชันนี้ถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2559 เท่านั้น รีบหน่อยนะคะก่อนหนังสือจะหมด

Click
รอยร้าย ร่ายรัก (บทที่ 2)
โดย Tipplee08 เมื่อ 2013-09-08
บทที่ 2

ณิฐชาขับรถพาตัวเองและขนมในกล่องกว่าสองร้อยชิ้นมาที่งานประชุมสัมมนาหรืออะไรซักอย่างซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมใกล้ๆกับร้านของเธอ หญิงสาววนหาที่จอดรถ จนกระทั่งเห็นว่ามีที่วางอยู่ไม่ไกล แต่เพียงแค่เหลือบไปมองกระจกหลังเพียงแวบเดียว หญิงสาวก็เสียที่จอดรถให้กับเก๋งสีดำที่ปาดเข้ามาจากทางไหนไม่รู้ด้วยความชะล่าใจ

“บ้าจริง” ณิฐชาขยับรถเข้าไปใกล้ แล้วจอดรถ ก้าวลงไปยืนมองเท้าสะเอว เอามือดันแว่นตาหลายต่อหลายครั้ง พยายามมองเข้าไปข้างใน เจ้าของรถก็ไม่ยอมลงมาซะทีหญิงสาวเลยออกอาการวีนใส่ “นี่คุณ ลงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ตรงนี้ฉันเห็นก่อน คุณมาจากไหนเข้ามาจอดไม่ทราบ”

พอเห็นมีคนมายืนเคาะกระจกและโวยวายเสียงดัง คนในรถจึงเปิดประตูออกมาเพื่อจะถามว่า เกิดอะไรขึ้น แต่พอประตูเปิดออกเท่านั้น ณิฐชาก็แทบผงะ รวมถึงคนที่เพิ่งลงมายืนด้วยท่าทีตกใจไม่ต่างกัน

“อ้าว ทิพย์จองไว้เหรอ ผมไม่รู้ เดี๋ยวผมขยับให้ก็ได้นะ” เจ้าของรถคือพงพษ์พัฒน์ เขาทำท่าจะเข้าไปนั่งในรถเพื่อขยับออกไป แต่ณิฐชาเอ่ยขัดไว้ก่อน

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณจอดไปเถอะ ฉันจะไปหาที่จอดใหม่” ณิฐชาไม่รอช้า เธอเดินกลับไปที่รถ และขับออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว

“โลกกลมไปเปล่าเนี่ย” ณิฐชาบ่นกับตัวเอง วนรถขึ้นไปด้านบนอีกหลายชั้นจนได้ที่จอด

หญิงสาวลงมายืนสำรวจการแต่งตัวของตัวเอง เธอยังอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้ากางเกงยีนส์ทมัดทแมน ชายเสื้อถูกเก็บเข้าไปในกางเกงด้วยความเรียบร้อย รองเท้าของเธอเป็นแบบสวมสบายๆ แต่ดูเรียบร้อยไม่ขัดตา เธอเปิดประตูหลัง ก้มหยิบเอากล่องขนมเค้กและใบสั่งจองมาถือไว้ในมือ ก่อนเหลือบมองนาฬิกาที่ข้อมือตัวเองบอกว่าอีกสิบนาทีถ้าเธอยังไม่ถึง เธออาจจะไม่ได้เงินค่าขนมเค้กก็เป็นได้

ยังไม่ทันได้ก้าวเดินไปไหน โทรสัพท์ของณิฐชาก็ดังขึ้นก่อน หญิงสาวควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋า ก่อนกดรับแล้วเอ่ยเบาๆ

“เออๆ ฉันถึงแล้ว ชม แกอยู่ชั้นไหน” ปลายสายคืออารดาหรือชมพู่ เพื่อนสนิทอีกคน หุ้นส่วนบริษัทออแกไนเซอร์ของอริษา ที่เป็นคนจ้างเธอมาในงานนี้

“ชั้นสิบเอ็ด เร็วๆนะเจ๊ เดี๋ยวจัดขนมให้แขกไม่ทัน” อารดาว่า แล้วรีบวางสายไป

ณิฐชาพาตัวเองพร้อมกับกล่องขนมจำนวนสองร้อยชิ้นเดินเข้าไปในตึก เธฮเรียกลิฟต์ที่กำลังขึ้นมาพอดีเอาไว้อย่างโชคช่วย รอไม่นาน ลิฟต์ก็จอดรงหน้าเธอ

แต่พอลิฟต์เปิดออก หญิงสาวก็ต้องปงะอีกครั้ง เมื่อพบว่า พงษ์พัฒน์อยู่ในนั้น รวมกับคนอื่นๆอีกไม่กี่คน

“ชั้นไหนครับ” เขาถาม

หญิงสาวชำเลืองมองเห็นมีคนกดชั้นที่เธอต้องการแล้ว แต่ยังเอ่ยปากตามมารยาท “สิบเอ็ดค่ะ”

“ครับ” พงษ์พัฒน์เงียบ เมื่อลิฟต์จอดส่งคนอื่นๆจนเหลือเพียงแค่เขาและเธอ พงษ์พัฒน์จึงขยับเข้ามาใกล้แล้วเอ่ยเบาๆ

“ให้ช่วยมั้ย ท่าจะหนัก”

“ไม่เป็นไรค่ะ จะถึงแล้ว” เธอบอก ขยับออกห่าง ด้วยท่าทีเหมือนรังเกียจจนพงพษืพัฒน์ต้องย่นคิ้วเข้าหากัน

เมื่อลิฟต์ถึงชั้นที่ต้องการ ณิฐชารีบเดินออกมาจากด้านใน ตรงไปยังห้องจัดงานเลี้ยง เธอพบอารดายืนรออยู่ก่อนแล้ว อารดาเข้ามาช่วยรับของไปด้วยท่าทีร้อนรน ทั้งคู่เดินหายเข้าไปในงาน ในขณะที่พงษ์พัฒน์เดินออกมาก็ไม่พบณิฐชาแล้ว

“ตั้ม มานานหรือยัง” เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้พงษ์พัฒน์ต้องละสายตาจากณิฐชา แล้วหันกลับไปมอง

“อ้าวไอ้หมอ เพิ่งถึงเนี่ย งานจะเริ่มยังวะ” พงษ์พัฒน์ทักทายเพื่อนสนิทที่เป็นศัลแพทย์มือหนึ่งของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ศรันณ์

“ใกล้แล้ว เข้าไปข้างในเหอะ” ศรันณ์ว่า แล้วโอบไหล่เพื่อนเดินเข้าไปข้างใน

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญหลายแขนง โดยเฉพาะหมอและพยายาบาล รวมไปถึงนักศึกษาแพทย์อีกจำนวนหนึ่ง และผู้ประกอบการรายใหญ่ๆที่เข้ามาฟังสัมมนาเกี่ยวกับเกิดโรคในอาหารในครั้งนี้ด้วย
พงษ์พัฒน์พยายามมองหาเจ้าของร่างสูงที่เพิ่งพบเมื่อครู่ แต่พยายามเท่าไหร่ก็ไม่พบ จนกระทั่งเขาถูกเชิญให้ไปนั่งด้านหน้าในฐานะวิทยากรด้านกาแฟ ซึ่งถูกเชิญมาให้ความรู้เกี่ยวกับการกินกาแฟอย่างเหมาะสมและให้ความรู้เรื่องกาแฟด้วย

ณิฐชากำลังง่วนอยู่กับการจัดขนมลงจานขนาดย่อม ที่เสิร์ฟพร้อมกาแฟยี่ห้องดัง หญิงสาวย่นคิ้วเล็กน้อย พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมจึงพบกับพงษ์พัฒน์ที่นี่ เพราะกาแฟที่เขาดูแลอยู่ถูกนำมาเสิร์ฟในงานนั่นเอง

“ไหนๆก็เอากาแฟเขามา ทำไมไม่เอาขนมของเขามาด้วยล่ะ” ณิฐชาเอ่ยเบาๆ แต่อารดาได้ยิน

“ราคามันสูงเกินไป อีกอย่างของแกอร่อย เอาของแกดีกว่า” อารดายิ้มหวาน ยักคิ้วให้

“เสร็จแล้ว เอาไปเสิร์ฟได้เลย ฉันไปก่อนนะ ทิ้งร้านไว้ จะไปช่วยเจ๋ทำขนมด้วย”

“อ้าว เจ๋มาแล้วเหรอ”

“อือ มันต้องทำครัวซองค์ให้ฉันไง วันนี้วันศุกร์ มากับโอ๋แหละ เสร็จงานแวะไปดิ เดี๋ยวตอนเย็น น่ากับดรีมก็มา”

“โหมากันพร้อมเลยนะ วันนี้วันศุกร์นี่เนอะ เออๆ เดี๋ยวฉันเสร็จจะตามไป แกขับรถดีๆล่ะเจ้” อารดาบอก โบกมือลา ณิฐชาลาเพื่อน เดินเลี่ยงไปออกอีกทางเพื่อไม่ให้ผ่านงานที่กำลังสัมมนากันอยู่ หญิงสาวไม่อยากเดินเข้าไปแล้วต้องพบกับพงษ์พัฒน์อีกเป็นครั้งที่สาม แค่สองครั้งวันนี้ก็ทำเธอใจเต้นโครมครามมากพอละ

งานสัมมนาเริ่มไปได้ครึ่งหนึ่ง ก็ถึงเวลาอาหารว่าง กาแฟจากร้านสาขาหนึ่งที่พงษ์พัฒน์ดูแลอยู่ถูกนำมาเสิร์ฟพร้อมด้วยขนมเค้กแบบสี่เหลี่ยมที่ตรงกลางอัดแน่นไปด้วยบลูเบอรี่หน้าตาน่าทาน พงพษ์พัฒน์มองแล้วอมยิ้ม คงเป็นเค้กของณิฐชา

“แกจ้างแม่ค้าที่ไหนทำขนมวะ” พงษ์พัฒน์เอ่ยถามทั้งที่รู้คำตอบเป็นอย่างดี

“ไม่รู้ว่ะ ฉันจ้างออแกไนเซอร์ เขาเป็นคนหาให้” ศรันณ์บอก แล้วหยิบเค้กเข้าปาก พรางทำหน้ามีความสุข “อร่อยว่ะ ลองกินสิ”

พงษ์พัฒน์ไม่รอช้า หยิบขนมเข้าปากบ้าง เขาอมยิ้ม ขนมของณิฐชาอร่อยจริง อย่างที่เพื่อนของเขาว่า ชายหนุ่มกินแล้วนึกถึงหน้าคนทำ

“ยิ้มอะไรวะ เอาอีกมั้ย มีเยอะเลยนะ ราคาไม่แพงมาก อร่อยด้วย ร้านอยู่ไหนเนี่ย เผื่อว่างๆแวะไปกินกันดีกว่า” ศรันณ์เอ่ยพร้อมมองหาจานใหม่

“ร้านอยู่ไม่ไกลค่ะ นี่นามบัตรค่ะ ร้านของเพื่อนฉันเอง” อารดาที่เดินอยู่แถวนั้นรีบเข้าไปประชิด พร้อมยื่นนามบัตรให้แก่นายแพทย์หนุ่ม

“ร้านบ้านทิพย์เหรอ ชื่อแปลกนะ เจ้าของร้านท่าจะแก่น่าดู” ศรันณ์หันมองคนที่ยื่นนามบัตรให้

“อ่อค่ะ ก็แก่ค่ะ ถ้ายังไง เชิญได้นะคะ” อารดาว่าแล้วเดินไปดูความเรียบร้อยบริเวณอื่นในงาน

“อ้าว แก่แล้วเป็นเพื่อนได้ไงวะ แกว่าไหม” ศรันณ์ทำหน้าสงสัย

“ไม่รู้สิ” พงษ์พัฒน์อมยิ้มกับใบหน้าของเพื่อน เขายกกาแฟขึ้นจิบเล็กน้อย แล้วเผลอคิดไปไกลถึงเจ้าของร้านบ้านทิพย์ คนที่ทำให้เขาประหลาดใจได้หลายอย่างในเวลาเพียงแค่วันเดียว


.....................
หมายเหตุ : เข้าสู่ระบบก่อน จึงจะโพสความคิดเห็นได้
Untitled Document