header
Untitled Document
Left
 
สั่งซื้อ หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว แจกฟรีทันที รักร้อนดั่งไฟ, ไฟรักผลาญใจ, ใจขอเพียงรัก, ดั่งสวรรค์สาป...ว่าให้รัก, หวานชะมัดแผนรักปล้นใจ จะเลือกเล่มใดเล่มหนึ่งหรือทั้งหมดก็ได้ ค่าส่งเล่มละ 50 บาท (เลือก 5 เล่มก็ 250 บาท) โอนเงินมาพร้อมกับการสั่งซื้อ หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว เข้าบัญชี มงคลชัย ชัยวิสุทธิ์ ธนาคารกสิกรไทย 731-2-44211-0 เสร็จแล้วส่งสลิปใบโอนเงินและชื่อที่อยู่ที่ให้จัดส่งพร้อมเบอร์โทรศัพท์ มาที่ mchaivis@hotmail.com โปรโมชันนี้ถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2559 เท่านั้น รีบหน่อยนะคะก่อนหนังสือจะหมด

Click
บ่วงตะวัน ตอนที่ 10
โดย minikunnoo เมื่อ 2013-09-17
บทที่ 10

วศินอารมณ์ดีแต่เช้า เขานั่งทานอาหารด้วยสีหน้าสดใส จนผู้เป็นยายออดที่จะสงสัยไม่ได้

“เป็นอะไร อารมณ์ดีจังนะวันนี้”

“เปล่านี่ครับ” เขาว่า แล้วสอดส่ายสายตามองหาใครบางคน “พี่มะลิครับ ตะวันตื่นหรือยัง”

“อ่อ ตะวันไปทำงานแต่เช้าแล้วค่ะ เห็นว่า วันนี้คุณชายกับคู่หมั้นจะมาดูสถานที่อีกครั้ง เลยรีบไปก่อน” มะลิแจง

“อ่อ จริงสินะครับ ผมลืมไปสนิทเลย งั้นผมรีบไปดีกว่านะครับคุณยาย เดี๋ยวหลานสาวตัวดีคุณยายจะได้หน้าอยู่คนเดียว” พูดจบก็ลุกขึ้นหอมแก้มคุณหญิงฟอดใหญ้ คว้าเสื้อนอกแล้วรีบเดินออกไป

“พักนี้คุณศินมองตะวันแปลกๆนะคะ เมื่อคืนก็แวะไปหาตอนที่ตะวันหลับแล้ว” มะลิบอก

“ไปทำไม”

“ไม่ทราบค่ะ คุณศินไล่มะลิไปนอน มะลิก็เลยไม่รู้ว่าคุณศินไปทำอะไร มะลิบอกอย่างพาซื่อ คุณหยิงได้แต่ส่ายหน้าไปมา สีหน้าครุ่นคิด ก็ได้แต่หวัง ว่าสิ่งที่คิด จะเป็นจริงขึ้มาเสียที

..............

วศินมาถึงโรงแรมในเวลาต่อมา เขารีบไปที่ห้องจัดเลี้ยง เห็นรวิกานต์กำลังอธิบายรายละเอียดต่างๆให้กับรพีภัทร และพิมพ์ประภัสฟังอยู่ เขาจึงเดินเข้ามาสมทบ

“ขอโทษนะครับ ที่มาช้า พอดีผมมีธุระนิดหน่อย” วสินเข้ามากล่าวขอโทษแก่ทุกคน

รวิกานต์รีบขยับออกห่าง สีหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอายกับเรื่องเมื่อวาน

“ไม่เป็นไรหรอกครับ น้องตะวันกำลังอธิบายรายละเอียดพอดี เชิญคุณศินฟังด้วยกันสิครับ” รพีภัทรว่า แล้วยิ้มให้

รวิกานต์จึงเริ่มพูดต่ออย่างตั้งใจ วศินมองการกระทำทุกอย่างของรวิกานต์ด้วยความชื่นชม รวิกานต์มีความสามารถหลายด้านและเก่งในเรื่องของการจาชักจูงจิตใจ ไม่ว่าอะไร รพีภัทรและพิมพ์ประภัสก็เห็นด้วยไปหมด

ที่หน้าประตู กรกมลยืนกำมือแน่นเมื่อเห็นรวิกานต์และวศินใกล้ชิดกัน ยิ่งตอนที่วศินเข้ามายื่นหน้ามองเอกสารในมือของรวิกานต์จนทำให้ทั้งคู่จ้องตากันยิ่งทำให้กรกมลเครียดแค้นชิงชังและอยากเข้าไปแยกทั้งสองคนออกจกากัน แต่เธอจะทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะวศิน ไม่ชอบคนที่จุ้นจ้านและวุ่นวายกับเรื่องของเขา แต่มันจะต้องมีสักทาง ที่จะจำกัดรวิกานต์ไปเสีย มันต้องมี


เพียงอีกแค่หนึ่งวัน งานฉลองมงคลสมรสระหว่างรพีภัทรและพิมพ์ประภัสจะเกิดขึ้น รวิกานต์ยังคงวุ่นวายกับการจัดเตรียมงานให้เรียบร้อย เธอทำตัวเหมือนเป็นคจัดงานเสียเองทั้งที่มีออแกไนเซอร์รับผิดชอบอยู่แล้วก็ตามที

“พักบ้างเถอะครับ ผมกลัวจะไม่สบายไปเสียก่อน” สินทรยื่นแก้วน้ำให้ พร้อมกับผ้าเช็ดหน้าของเขาที่ตั้งใจจะเช็ดเหงื่อให้เธอ

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แขกคนสำคัญ จะให้นิ่งดูดายได้ยังไง”

“แต่ตะวันเป็นเลขา ไม่ใช่เจ้าหน้าจัดงาน มีอะไรก็สั่งงานเอาสิครับ ไม่เห็นต้องทำเอง” สินทรไม่เข้าใจ ทำไมรวิกานต์ต้องจัดการทุกอย่างเองเสียหมด ทั้งที่หน้าที่ของเธอ คือเลขาไม่ใช่ฝ่ายผลิตเสียหน่อย

“ตะวันเต็มใจค่ะ แล้วนี่ สินทรไม่ทำงานเหรอคะ”

“โธ่ ตะวันครับ นี่มันพักเที่ยงนะ ทำงานจนลืมเวลาเชียวหรือ” สินทรว่าพรางหัวเราะ รวิกานต์ทำตาโต มองนาฬิกาข้อมือแล้วหัวเราะบ้าง

“นั่นสิคะ ตะวันทำงานจนลืมเวลาจริงๆ”

ทั้งคู่หัวเราะหยอกเย้ากัน จนทำให้คนที่ทองอยู่ไกลๆ ส่งสายตาไม่พอใจออก เพียงแต่ทั้งคู่คงไม่มีทางรู้เป็นแน่

วศินกอดอกสีหน้าไม่พอใจ เขากำกระดาษในมือแน่น มองรวิกาน๖หัวเราะใส่สินทรด้วยสีหน้าขุ่นมัว

“บอสคะ ต้องการอะไรเพิ่มหรือเปล่าคะ ตรงนี้ คุณตะวันจัดการให้หมดแล้วค่ะ รับรอง พรุ่งนี้งานจะต้องออกมาเพอร์เฟ็กสุดๆ” ชิดชไม เจ้าหน้าที่ซึ่งรับผิดชอบเรื่องห้องจัดเลี้ยงกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและปลาบปลื้มกับผลงานของตนที่ทำออกมาได้ดีเยี่ยมจนน่าประหลาดใจ

“ไปตามตะวันไปพบฉันที่ห้องทำงาน”

“คะ ได้ค่ะ” ชิดชไมหุบยิ้ม มองหน้าเจ้านายงงๆ ก่อนจะเดินตรงไปหารวิกานต์

ทั้งสามหันไปมองทิศทางเดียวกัน แต่วศินไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว ก่อนที่รวิกานต์จะขอตัวออกไป เพื่อพบกับเจ้านายสุดโหดของเธอ


เข้ามาถึงโดยไม่บอกไม่กล่าว กระดาษปึกใหญ่ก็วางลงตรงหน้ารวิกานต์จนเจ้าตัวตกใจสะดุ้ง

“อะไรกันคะ” หญิงสาวแสดงอาการงุนงง

“เอากลับไปแปลใหม่ทั้งหมด ถ้าไม่เสร็จ วันนี้ไม่ต้องกลับบ้าน” เจ้าของโรงแรมพูดจบก้กระแทกตัวลงนั่งเซ็นเอกสารที่เหมือนจะไม่มีอะไรให้เซ็นแล้ว แต่ก็ยังคงก้มหน้าก้มตาเซ็นแบบไม่ลืมหูลืมตา

รวิกานต์ได้แต่มองงงๆ แล้วก็หอบเอางานเอกสารทั้งหมดออกมาจากห้องของวศิน

พรุ่งนี้จะเป็นวันงานแต่งงานของรพีภัทร ที่สำคัญ เธอยังไม่ได้เตรียมพร้อมเรื่องชุด หรือแม้แต่ ดูแลตัวเองเลยด้วยซ้ำ

“ไปกินรังแตนที่ไหนมา” รวิกานต์บ่น โยนงานลงบนโต๊ะ สีหน้าเบื่อหน่ายเต็มทน

“โห งานแก้เหรอตะวัน” รตีเดินเข้ามาทำทีเป็นตกใจกับงานของรวิกานต์

“จ้ะ รตีมีอะไรหรือเปล่า”

“อ๋อ พอดีจะชวนไปกินข้าว แต่งานเยอะแบบนี้คงไม่ได้มั้ง” รตีว่า แล้วเบ้หน้าใส่

“รตีไปเถอะนะ ตะวันต้องรีบเคลียร์งานน่ะ” รวิกานต์ว่า แล้วแยกเอกสารออกจากกัน

“ก็ได้ๆ มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะ” รตีเอื้อมมือไปแตะที่ไหล่เบาๆ แต่ในใจแอบกระหยิ่มยิ้มที่เห็นรวิกานต์นั้นถูกใช้งานเยี่ยงทาส

“ขอบใจนะรตี” รวิกาน๖บอก ยิ้มตอบด้วยความซื่อ

รตีเดินออกไป กดโทรศัพท์รายงานเจ้านายด้วยความรวดเร็ว โดยที่รวิกานต์ไม่รู้เลยว่า เพื่อนที่เธอสนิทด้วยในตอนนี้ กำลังแทงข้างหลังเธอเต็มๆ

.............

เลยเที่ยงคืนมาแล้ว รวิกานต์ยังนั่งจมกองเอกสารนับสิบยี่สิบฉบับ ที่วศินอ้างว่าต้องใช้ในวันพรุ่งนี้ กระทั่ง สินทรที่เฝ้ามองอยู่เดินเข้ามาถามด้วยความห่วงใย

“ยังไม่กลับอีกเหรอตะวัน นี่มันจะเที่ยงคืนแล้วนะ” สินทรบอกพรางยกนาฬิกาขึ้นมอง

“งานยังไม่เสร็จเลยจ้ะ สินทรล่ะ ทำไมยังไม่กลับอีก” คนถูกถามนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนปรับเปลี่ยนสีหน้าเป็นนิ่งเฉยแล้วตอบกลับเบาๆ

“เราทำงานค้างเหมือนกัน กลับกันเถอะ เดี๋ยวเราไปส่ง” สินทรบอกแล้วพยายามช่วยเก็บของ

“ไม่เป็นไรจ้ะ เราจะทำให้เสร็จก่อนแล้วค่อยกลับ” รวิกานต์ยิ้มสู้ แต่สินทรกลับเท้าสเอวแล้วส่ายหัวไปมา

“งั้นให้เราช่วย”

“ไม่ต้องเลยๆ สินทรรีบกลับเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้มาทำงานไม่ไหวนะ” รวิกานต์ร้องห้ามเสียงดัง

“แต่เราเป็นห่วง เราอยากช่วย” สินทรดื้อรั้น

“ไม่ต้องเลยจ้ะ กลับไปเถอะนะ เราขอร้อง” รวิกานต์บอก สีหน้าของเธอแสดงออกถึงความห่วงใยและทราบซึ้งใจ

“ก็ได้ๆ แล้วนี่จะกลับยังไง”

“ไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวกลับแท็กซี่น่ะ”

“โอเค งั้นก็กลับบ้านดีๆล่ะ เดี๋ยวเราโทรหาเป็นระยะนะ” สินทรบอก เมื่อรวิกานต์พยักหน้าเขาจึงโบกมือลา แล้วรีบเดินออกไปจากตรงนั้น


กว่าจะเสร็จงาน ก็ปาเข้าไปตีหนึ่งแล้ว รวิกานต์บิดขี้เกียจอยู่หลายรอบ อ้าปากหาววอดๆด้วยความเหนื่อยล้า

“เสร็จซะทีนะเอกสารเจ้าปัญหา” รวิกานต์ว่า พรางเอาเอกสารวางกองไว้บนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ เธอเหลือบไปเห็นปฏิทินตั้งตะ ระบุวันแต่งงานของรพีภัทรและพิมพ์ประภัส สีหน้าของเธอซัดลงเล็กน้อย ชุดก็ยังไม่มี แล้วจะไปร่วมงานได้อย่างไร

รวิกานต์ถอนใจยาว ก่อนจะรีบเก็บของและกลับบ้าน ก่อนที่เธอจะหลับเสียตรงนี้

เมื่อไฟดับลง ร่างของรวิกานต์ลับตาไป ร่างของใครอีกคนหนึ่งปรากฏขึ้นแทนที่ วศินยังไม่กลับ เขารอดูจนกระทั่งรวิกานต์กลับไป แล้วจึงเดินตามหญิงสาวไปโดยไม่ให้เธอรู้ตัว

...............

เช้าวันสำคัญ รวิกานต์ก็ต้องแปลกใจที่จู่ๆก็มีคนของท่านชายอรรถนำเสื้อผ้าและเครื่องประดับมาให้เธอถึงที่บ้าน คุณหญิงนั่งรออยู่ก่อนแล้วยิ้มแย้มเปรมใจที่เห็นชุดสวยซึ่งวางพาดอยู่ของเก้าอี้ตัวถัดไป

“คนนี้ใช่ไหมครับคุณตะวัน” คนส่งเสื้อรูปร่างสันทัดอากัปกิริยาคล้ายผู้หยิงลุกขึ้นยืนและยิ้มให้

“ใช่ค่ะ นี่ล่ะตะวัน” คุณหญิงว่า เดินเข้ามาจูงมือหญิงสาวไปยังเก้าอี้นวมตัวใกล้กัน

“นี่มันอะไรกันคะ”

“ท่านชายเปรยว่า คุณตะวันคงทำงานหนัก และไม่มีเวลาไปเลือกชุดอย่างแน่นอน ท่านชายจึงให้ผม ซึ่งเป็นช่างเสื้อประจำวัง มาคอยดูแลให้ค่ะ” ช่างเสื้อคนนั้นเรียกแทนตัวเองว่าผม แต่ลงท้ายด้วยค่ะ ทำเอารวิกานต์อดที่จะขำไม่ได้

“นี่นะคะ ชุดนี้นะคะ ท่านชายเลือกเองกับมือเลยค่ะ” เขาว่าแล้วรีบหยิบชุดขึ้นทาบลำตัวโดยไม่ลืมดึงรวิกานต์ให้ลุกขึ้นตามตน

ชุดราตรียาวสีโอรสเป็นแบบเกาะอกไร้สายใดๆถูกยกขึ้นทาบตัวของรวิกานต์ คุณหญิงมองด้วยสายตาพึงใจ

“เฉยทำไมเล่าตะวัน ไหนไปลองมาให้ฉันดูทีสิ” คุณหญิงว่าพรางโบกมือ

“มาค่ะ เดี๋ยวรันรันจะช่วยนะคะ” รวิกานต์อดที่จะยิ้มไม่ได้กับท่าทีของช่างเสื้อ อีกทั้งชื่อที่เจ้าตัวเอ่ยแทนตัวเองนั้น ช่างน่ารักเสียนี่กระไร

รวิกานต์หายไปนาน ก่อนกลับออกมาพร้อมชุดสีโอร์ลโรสนั้น หญิงสาวสวมใส่ได้อย่างพอดิบพอดีราวกับว่าชุดนี้ถูกสั่งตัดมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ คนที่มองอยู่ชื่นชอบและชื่นชมมากหากแต่เจ้าตัวกลับรู้สึกเขินอายกับไหล่เปลือยเปล่าของตัวเอง

“มันไม่โป๊ไปหรือคะคุณท่าน” รวิกานต์ว่า แล้วมองตัวเองก่อนยกมือขึ้นลูบไปมาเบาๆที่ไหล่นวล

“สวยมาก ท่านชายตาแหลมจริง สีนี้ขับผิวได้ดีนัก” คุณหญิงว่าอย่างพึงใจ ก่อนที่จะไล่ให้รวิกานต์ไปเปลี่ยนชุดเสีย

“เดี๋ยวตอนสี่โมงจะมีคนมาแต่งหน้าและทำผม ของคุรหญิงก็ด้วยนะคะ ท่านชายสั่งเอาไว้แล้ว และตอนหกโมงเย็นจะมีรถมารับค่ะ” ช่างเสื้อนามรันรันบอกกับคุณหญิง นางพยักหน้าแล้วบอกลาช่างเสื้อผู้นั้น

“ใครเหรอครับคุณยาย แล้วนี่ของอะไรมากมาย” วสินที่เพิ่งตื่นเดินลงมาก็เจอกองข้าวของมากมายวางอยู่จึงแปลกใจ

“ท่านชายส่งมาให้ตะวันน่ะ แล้วนี่ทำไมเพิ่งตื่น เมื่อวานกลับมากี่โมง เห็นมะลิว่า ได้ยินเสียงรถตอนดึกแล้วรึ” คุณหญิงพาเปลี่ยนเรื่อง แต่สายตาชายหนุ่มยังคงจับจ้องสิ่งของบรรณาการ

“เมื่อคืนมีงานค้างเยอะครับเลยกลับดึก แล้วนี่แม่คนดีของคุณยายอยู่ไหนล่ะครับ” เขาว่าพรางเท้าสะเอวมองหา

“อย่าหาเรื่องน่ะ ไปอาบน้ำไป แล้วมากินข้าวเร็วๆด้วยล่ะ” คุณหญิงว่า แล้วเดินหนีไปอีกทาง

วศินได้แต่กัดฟันกับเรื่องหงุดหงิดที่อยู่ตรงหน้า ของอะไร ส่งมาทำไม แล้วทำไมต้องส่งมา หรือว่าสิ่งที่เขาคิดมันจะเป็นเรื่องจริงกันเล่า ไม่นะ ถ้าเป็นอย่างัน้น เขาจะไม่ยอมเด็ดขาด


ตกเย็น วศินทำตัวเป็นจงอางหวงไข่ เฝ้ารวิกานต์ตลอดเวลา เขาแต่งตัวเสร็จตั้งแต่ยังไม่บ่ายสองโมง และมานั่งเฝ้ารวิกานต์แต่งตัวตั้งแต่ที่ช่างมาถึง กระมั่งตอนนี้ เขายังไม่ไปไหน

“นี่คิกจะนั่งตรงนี้ไปถึงเมื่อไหร่ ก็ยายบอกแล้วไงให้ไปก่อน เดี๋ยวยายกับตะวันจะไปตามไปทีหลัง”

“ไม่ครับ ผมจะรอคุณยาย เราควรไปพร้อมกัน” วศินกล่าวหนักแน่น นั่งเท้าแขนสองข้างที่เข่า รอคอยอย่างใจจดจ่อ

“ก็ตามใจ” คุรหยิงไม่อยากจะเถียงด้วยก็เบือนหน้าหนี

ไม่นานนัก วศินก็เริ่มจ้องมองนาฬิกาที่ข้อมือตัวเอง แล้วผุดลุกผุดนั่ง จนคนแก่เริ่มรำคาญสายตา

“นี่ จะลุกๆนั่งๆอีกมั้ย ยายเริ่มเวียนหัวแล้วนะ”

“เมื่อไหร่เขาจะเสร็จครับคุณยาย นี่มันก็จะได้เวลาแล้วนะ”

“เอาน่า ผู้หญิง แต่งตัวช้านิดช้าหน่อย ไม่เห็นจะเป็นไร” คุณหญิงบอก แล้วทำชะเลืองสายตามอง “แล้วนีไม่ไปรับแฟนเรารึตาศิน” พอผุ้เป็นยาย
พูดขึ้นมา วศินก็ตาเหลือกลุกพรวด

“จริงสิ ป่านนี้กรคงรอแย่แล้ว คุณยายครับ งั้นเราไปเจอกันที่งานเลยนะครับ” ว่าแล้วก็โกยแนบออกไป

คุณหญิงได้แต่ส่ายหน้าไปมาเบาๆ ทีเมื่อกี้ล่ะทำเป็นเร่งคนอื่น ทีอย่างนี้ล่ะรีบเชียว

ไม่นานหลังจากที่วศินขับรถออกไป รวิกานต์ก็พร้อมจะไปงานกับคุณหญิงเสียที

“สวยมากเลยรู้หรือเปล่า” คุณหญิงเอ่ยชม พรางหมุนตัวรวิกานต์เสียหลายรอบ เพ่งมองอย่างพินิจ ช่างเหมือนผ่องตอนสาวๆ สวย สง่า สมกับที่เป็นลูกสาวของผ่อง

“ขอบคุณค่ะ” รวิกานต์บอกพรางยกมือไหว้ ไม่นานนัก รถที่ท่านชายส่งมาก็มาถึง มะลิวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา บอกมีรถมารับรวิกานต์กับคุณหญิงไปงาน
ทั้งคู่ไปพร้อมกัน รวิกานต์ไม่ลืมดูแลคุณหญิงเป็นอย่างดี ก่อนที่รถจะขับออกไปจากคฤหาสน์กวินตรา

...........
หมายเหตุ : เข้าสู่ระบบก่อน จึงจะโพสความคิดเห็นได้
Untitled Document