header
Untitled Document
Left
 
สั่งซื้อ หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว แจกฟรีทันที รักร้อนดั่งไฟ, ไฟรักผลาญใจ, ใจขอเพียงรัก, ดั่งสวรรค์สาป...ว่าให้รัก, หวานชะมัดแผนรักปล้นใจ จะเลือกเล่มใดเล่มหนึ่งหรือทั้งหมดก็ได้ ค่าส่งเล่มละ 50 บาท (เลือก 5 เล่มก็ 250 บาท) โอนเงินมาพร้อมกับการสั่งซื้อ หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว เข้าบัญชี มงคลชัย ชัยวิสุทธิ์ ธนาคารกสิกรไทย 731-2-44211-0 เสร็จแล้วส่งสลิปใบโอนเงินและชื่อที่อยู่ที่ให้จัดส่งพร้อมเบอร์โทรศัพท์ มาที่ mchaivis@hotmail.com โปรโมชันนี้ถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2559 เท่านั้น รีบหน่อยนะคะก่อนหนังสือจะหมด

Click
บ่วงตะวัน ตอนที่ 11
โดย minikunnoo เมื่อ 2013-09-20
บทที่ 11

วศินควงคู่มากับแฟนสาวอย่างกรกมลซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก อาจเป็นเพราะกรกมลเป็นลูกสาวท่านทูต ทำให้มีคนรู้จักมากหน้าหลายตา อีกทั้งแฟนหนุ่มของเธออย่างวศินก็เป็นคนมีหน้ามีตาทางสังคม ทำให้ทั้งคู่กลายเป็นที่จับจ้องของทุกคน

ช่างภาพที่มาร่วมงานต่างถ่ายภาพคู่ระหว่างวศินและกรกมล ในฐานะคู่รักที่อาจจะแต่งเป็นคู่ต่อไป กรกมลฉีกยิ้มกว้าง วันนี้เธอดูสดใสมากกว่าที่เป็นคงเพราะได้มาร่วมงานพร้อมกับวศินคนรัก หญิงสาวสวมชุดราตรีสีเขียวมนกตยาวระพื้น รองเท้าสีเดียวกันกับเครื่องประดับมรกตเข้าชุด เธอมวยผมขึ้นเพื่อโชว์เครื่องเพชรที่คอและไหล่ขาว หญิงสาวเกาะติดวศินแจด้วยเมื่อสาวๆมองมาตาระยิบ หญิงสาวหวงและห่วงวศินมาก จะไม่ยอมให้ใครมาพรากเขาไปอย่างเด็ดขาด

“เอ้าหลานชาย” ท่านชายเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับบ่าวสาว ทั้งคู่จึงหันความสนใจจากตากล้องมาที่เจ้าของงาน

“สวัสดีครับ” วศินยกมือไหว้ ก่อนที่จะมองไปที่บ่าวสาว “ยินดีด้วยนะครับ” เขากล่าว

“ขอบคุณครับ คุณเองก็คงใกล้แล้ว” รพีภัทรเอ่ยพรางมองไปที่กรกมล

“ถ้าถึงงานของเรา กรจะเชิญคุณชายไปร่วมงานด้วยค่ะ รับรอง อีกไม่นาน” กรกมลว่า แล้วกระชับแขนเข้ากับแขนของแฟนหนุ่ม

“อย่างนั้นหรือครับ ดีเลยครับ ถึงตอนนั้นผมจะไปตามคำเชิญแน่ๆ” รพีภัทรบอกอย่างยิ้มแย้ม ก่อนจะเรียกให้ทุกคนถ่ายรูปร่วมกัน

ท่านชายกำลังมองหาว่าเมื่อไหร่แขกคนสำคัญของเขาจะมาเสียที เพียงไม่นาน ก็ปรากฏร่างระหงของรวิกานต์พร้อมด้วยคุณหญิงเข้ามาในงาน เรียกเสียงฮือฮาได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกับรวิกานต์ ที่ถูกนักข่าวจังจ้องราวเธอเป็นเช่นเจ้าหญิงก็ไม่ปาน แสงแฟรชวูบวาบ และเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทำเอาวศินและกรกมลมองตามไปเป็นตาเดียว

“ศินคะ” กรกมลเขย่าแขนแฟนที่หนุ่ม ที่บัดนี้จ้องมองรวิกานต์ราวกับเธอเป็นสิ่งมหัศจรรย์ก็ว่าได้

“ครับ” วศินหันมองแฟนแล้ว ก่อนจะพาเดินเข้าไปหาคุณหญิงที่กำลังเดินเข้ามา

“อ้าวตาศิน มานี่มะ ถ่ายรูปกัน” คุณหญิงว่า ดึงวศินเข้าไปใกล้ ให้ยืนข้างรวิกานต์ แต่กรกมลรีบเดินเข้ามาแทรก ทำให้รวิกานต์ต้องไปยืนริมสุดแทน
รวิกานต์เพียงแค่ยิ้มแหยๆ มองไปที่คุณหญิง ซึ่งก็กำลังมองมาด้วยสีหน้าไม่พอใจเช่นกัน ทั้งหมดถ่ายรูปด้วยกัน จนกระทั่งคุณหญิงเรียกให้รวิกานต์และวศินมายืนข้างๆเพื่อถ่ายรูปแบบครอบครัวด้วยกัน และนั่นทำให้กรกมลกลายเป็นส่วนเกินที่ไมได้เข้าร่วมเฟรมด้วยและเธอก็เอาแต่ยืนจ้องรวิกานต์ด้วยความหงุดหงิดและไม่ชอบใจ

เมื่อทุกอย่างผ่านไปด้วยดี กรกมลขอไปเข้าห้องน้ำเพื่อเติมหน้าที่เริ่มซีดลง เธอไม่อยากมีใบหน้าซีดเยวเพราตอนนี้รวกานต์สวยจนเธอยอมไม่ได้
วศินเดินเข้ามาใกล้รวกานต์ที่กำลังยืนอยู่เพียงลำพัง เขาถือวิสาสะจับแขนเธอและดึงเบาๆ

“คุณศินจะทำอะไรคะ” หญิงสาวว่าพรางมองด้วยความงงๆ

“มานี่สิ ถ่ายรูปกัน” เขาบอก ควักโทณศัพท์ออกมาและพยายามจะถ่ายรูปคู่กับวริกานต์

“คุณศินคะ” รวิกานต์ตกใจที่มือใหญ่คว้าเข้าที่ไหล่ และดึงเธอเข้ามาเบียด วศินไม่สนใจบังคับให้เธอยิ้ม และถ่ายไปหลายรูปจนพอใจ จึงปล่อยให้รวิกานต์เป็นอิสระ

หญิงสาวแสดงอาการงงๆ แต่ก็อดที่จะอมยิ้มกับท่าทีเหมือนเด็กของวศินไม่ได้

พอได้รูปภาพสมใจ วศินก็เก็บเอาไว้อย่างดี ไม่รู้ทำไมเขาถึงได้ทำแบบนี้ แต่นี่เป็นโอกาสที่ดี เพราะรวิกานต์ไม่ได้แต่งสวยบ่อยๆ ถึงแม้ว่าเธอจะสวยอยู่แล้วก็ตาม

งานวันนี้ผ่านไปได้ด้วยดี รวิกานต์ยืนคู่ท่านชายอรรถในตอนท้าย เพื่อส่งแขกกลับบ้าน นั่นทำให้วศินไม่พอใจเท่าไหร่ ไม่รู้กี่แก้วแล้วสำหรับไวน์ในมือของชายหนุ่ม จนกรกมลมองว่าเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะเขาไม่ค่อยดื่มมากขนาดนี้

“พอแล้วมั้งคะศิน ทำไมดื่มเยอะขนาดนี้”

“โธ่ นิดเดียวเองครับ ถ้าผมเมา คุณก็ไปส่งสิ จริงมั้ย” กรกมลมองหน้าวศินอย่างมีแผนการอะไรบางอย่างในหัว

ไม่นานนัก คุณหญิงจึงบอกลาท่านชายและคู่บ่าวสาว ส่วนวศินนั้นบอกว่ายังไม่อยากกลับ จะไปส่งกรกมล คุณหญิงเลยไม่ว่าอะไร และกลับไปพร้อมรวิกานต์ ที่ออกจะเป็นห่วงวศิน เพราะดูท่าเขาจะเมามากเหลือเกิน

“ศินคะ กรว่า เดี๋ยวกรขับให้ดีกว่านะคะ” กรกมลว่า แล้วพาวศินไปนั่งที่ข้างคนขับ ตอนนี้เขาอาการเหมือนคนอยากจะนอนเต็มที่ คอพับคออ่อนไม่เป็นท่าเลยทีเดียว

กรกมลขับรถออกมาจากลานจอด จุดหมายปลายทางคือบ้านของเธอ และที่สำคัญ วันนี้เธอต้องจัดการทำอะไรซักอย่างเพื่อให้วศินแต่งงานกับเธอให้ได้

เป็นเวลากี่ชั่วโมงไม่อาจคาดการณ์ได้ วศินตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนหนานุ่มในสภาพร่างเปือยเปล่าไม่ได้สวมใส่อะไรเลย ชายหนุ่มสบัดหัวแรงๆหลายครั้งเพื่อขับไล่ความมึนงง ก่อนจะกวาดตามองไปโดยรอบและรับรู้โดยสัญชาติญาณว่านี่ไม่ใช่ห้องของเขา

“กร” ชายหนุ่มหันไปเห็นว่าคนที่นอนอยู่ข้างกายคือกรกมลก็ยิ่งประหลาดใจ นี่มัน ห้องนอนของกรกมลงั้นหรือ งั้นก็แสดงว่า เขากับกรกมล เพียงแค่คิด ชายหนุ่มก็รีบก้มมองตัวเองเป็นการด่วน เขาไมได้ใส่เสื้อผ้าและกรกมลเองก็เช่นกัน

“อ้าวศินคะ รีบตื่นทำไมคะ ยังไม่เช้าเลย” กรกมลงัวเงียหันมากอดชายหนุ่มเอาไว้

“เอ่อ กรครับคือ”

“ไม่ต้องพูดหรอกค่ะ เมื่อคืน กรมีความสุขมากเลยรู้มั้ยคะ” กรกมลเลื่อนมือลูบไล้ไปตามแผงอกกำยำของวศิน ชายหนุ่มรู้สึกเขินอย่างบอกไม่ถูก

“เอ่อ กรครับ คือผม คงต้องไปแล้ว”

“อ้าว ไม่รอไปเช้าเลยทีเดียวเหรอคะ”

“อย่าเลยครับกร ผม ขอตัวก่อนดีกว่า” วศินพูดจบก็รีบลุกขึ้นคว้าเสื้อผ้าที่กองอยู่ปลายเตียงขึ้นมาแล้ววิ่งไปหายเข้าไปในห้องน้ำ แม้จะมืด แต่เขาจะดาออกอยู่บ้างว่าส่วนไหนคืออะไรของภายในห้อง เพราะเคยมาส่งเธอที่บ้านหลายครั้งและเคยขึ้นมาบนห้องนอนก็หลายหน แต่ไม่เคยที่จะทำแบบนี้เสียที

ยิ่งคิดก็ยิ่งแปลก หรือเพราะเขาเมาจนเกินไป ทำให้เขาขาดสติ แล้วทำอะไรเลยเถิดกับกรกมลไป ไม่น่าเลยจริงๆ เขาอุตส่าห์ถนอมเธอ และอยากให้เธอเป็นของเขาในวันแต่งงาน แต่มันคงเป็นไปไม่ได้แล้วสินะ

วศินแต่งกายเรียบร้อยเดินออกมาพบกรกมลนั่งรออยู่ที่ปลายเตียง บัดนี้เธอสวมเสื้อคลุมผ้าแพรที่ชอบใส่เป็นประจำเป็นทีเรียบร้อย หญิงสาวนั่งมองวศินนัยน์ตาหวานฉ่ำ

“ผมกลับก่อนนะกร”

“ค่ะ ขับรถดีๆนะคะ” กรกมลเดินเข้ามาโอบรอบคอแฟนหนุ่มอย่างแสนรัก “กรรักศินนะคะ” หญิงสาวบรรจงจูบที่แก้มของชายหนุ่ม แล้วเดินไปส่งเขาที่ประตู

วศินขับรถออกมาจกาบ้านของกรกมล เขาเหลือบมองนาฬิกาบอกเวลาเกือบจะตีห้าเข้าไปแล้ว วศินมุ่งหน้าตรงไปยังบ้านในทันที ไม่รู้ป่านนี้คนที่บ้านเขาจะเป็นห่วงหรือไม่ เพราะปกติเขาไม่เคยกลับบ้านผิดเวลาขนาดนี้ ถ้าหากจะค้างที่โรงแรม เขามักจะแจ้งก่อน เพื่อไม่ให้คุณยายเป็นห่วง
ไม่นานเท่าไหร่นักวศินก็ขับรถเข้ามาจอดในโรงจอดรถของบ้าน ชายหนุ่มเห็นไฟในบ้านยังเปิดอยู่ก็อดแปลกใจไมได้ เพราะคิดว่าไม่น่ามีใครบลืมปิด แต่พอเข้าไปด้านในก็ทราบคำตอบว่าทำไม ไฟยังเปิดอยู่

ร่างแบบบางของรวิกานต์นอนนิ่งอยู่ที่โซฟาตัวยาว หญิงสาวอยู่ในชุดนอนกางเกงขาสามส่วนสีฟ้าที่เจ้าตัวชื่นชอบ ดูท่า เธอจะรอเขานานมาก จนเผลอหลับไป

“ตะวัน” วศินเดินเข้าไปนั่งคุกเข่า ยื่นมือเข้าไปเขย่าแขนของหยิงสาวเบาๆ
รวิกานต์งัวเงียลืมตาตื่นขึ้นมา ก่อนจะยันตัวเองลุกขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคือวศิน

“คุณศิน กลับมานานหรือยังคะ”

“เพิ่งมาถึง แล้วนี่มานอนทำอะไรอยู่ตรงนี้ หรือว่า มารอฉัน”

“เอ่อ” รวิกานต์อึกอัก มองซ้ายมองขวา “เปล่าค่ะ คือ ตะวันอ่านหนังสือเพลินค่ะ เลยเผลอหลับ” เธอเหลือบมองหนังสือที่คว้าติดมือมาหลังจากที่มานั่งรอวศินอยู่เป็นนานสองนาน

“อ่อ เหรอ งั้นก็กลับไปนอนที่ห้องสิ เดี๋ยวยุงก็หามไปพอดี” ศินจ้องมองใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอางใดๆ แล้วอมยิ้ม “เอ๊ะ หรือว่า อยากให้ฉัน หามไปดี”
รวิกานต์สะดุ้ง ส่ายหน้าดิก ก่อนจะรับเบี่ยงตัวหลบไปอีกทาง แล้วเดินหนีไปดื้อๆ

“เอ้า นี่ ลืมหนังสือ” วศินมองตามไปยิ้มๆ หนังสือของรวิกานต์อยู่ในมือของเขา ชายหนุ่มมองมัน แล้วยิ้มอย่างมีแผนการ
หมายเหตุ : เข้าสู่ระบบก่อน จึงจะโพสความคิดเห็นได้
Untitled Document