header
Untitled Document
Left
 
สั่งซื้อ หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว แจกฟรีทันที รักร้อนดั่งไฟ, ไฟรักผลาญใจ, ใจขอเพียงรัก, ดั่งสวรรค์สาป...ว่าให้รัก, หวานชะมัดแผนรักปล้นใจ จะเลือกเล่มใดเล่มหนึ่งหรือทั้งหมดก็ได้ ค่าส่งเล่มละ 50 บาท (เลือก 5 เล่มก็ 250 บาท) โอนเงินมาพร้อมกับการสั่งซื้อ หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว เข้าบัญชี มงคลชัย ชัยวิสุทธิ์ ธนาคารกสิกรไทย 731-2-44211-0 เสร็จแล้วส่งสลิปใบโอนเงินและชื่อที่อยู่ที่ให้จัดส่งพร้อมเบอร์โทรศัพท์ มาที่ mchaivis@hotmail.com โปรโมชันนี้ถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2559 เท่านั้น รีบหน่อยนะคะก่อนหนังสือจะหมด

Click
บ่วงตะวัน บทที่ 14
โดย minikunnoo เมื่อ 2013-12-19
บทที่ 14

เหตุการณ์เริ่มสงบได้ไม่กี่วัน สินทรก็แวะมาเยี่ยมรวิกานต์ที่บ้านด้วยความเป็นห่วง เขาเห็นเธอไม่ได้ไปทำงาน คงเพราะว่ายังเจ็บอยู่ หรืออาจจะต้องทำใจอีกซักระยะ สินทรเป็นห่วง เลยมาเยี่ยมเยียน นั่งคุยกันพักใหญ่ ก่อนจะลากลับไป

รวิกานต์นั่งนิ่งอยู่ใต้ต้นกระดังงา ภายในสวน หญิงสาวถอนใจแล้วถอนใจอีกหลายต่อหลายครั้ง เฝ้าคิดคำนึงถึงเหตุผล ถ้ากรกมลไม่เกรี้ยวกราด โมโหหึงจนไม่ฟังอะไร เหตุการณ์แบบนี้คงไม่เกิดขึ้น

“สบายใจเหลือเกินนะ” เสียงหนึ่งทำเอาร่างบางสะดุ้ง หันมองสีหน้าไม่สบายใจ

“คุณศิน”

“ใช่ ฉันเอง” วศินเท้าสะเอว ตาเขาขวางแปลกๆ หวังว่าจะไม่ทำอะไรเธอหรอกนะ

และทันเท่าความคิด มือหนาก็คว้าเข้าที่ต้นแขน กระชากแรงจนคนตัวเล็กกว่าปลิวตามแรงดึง

“จะพาตะวันไปไหนคะ ปล่อยค่ะ คุณศิน ตะวันเจ็บนะคะ”

วศินไม่ฟังเสียง ลากตัวรวิกานต์เข้าไปในห้องหนังสือ ซึ่งเป็นทีป่ระจำที่เขาจะใช้ทำงาน

ร่างของรวิกานต์ถูกเหวี่ยงไปที่โซฟาด้านในสุด หญิงสาวร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด

“ฉันอยากจะรู้นัก ว่าคนอย่างเธอ ทำไมถึงได้อำมหิตนัก” เขาก้าวเข้าไปใกล้ ดวงตาคมจ้องเขม็ง

“คุณศินเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าคะ ตะวันไมได้ทำอะไรเลย”

“ไม่ได้ทำงั้นเหรอ มีความสุขมากสินะ ที่เห็นฉันทุกข์ทน แต่ตัวเองกลับมีความสุข ไอ้สินทรมันคงถึงใจเธอมากเลยสิ”

“คุณศิน” รวิกานต์ตะโกนก้อง ไม่คิดว่าคำพูดเหล่านั้นจะออกมาจากปากของผู้ชายที่เธอรัก “อย่าพูดจาดูถูกตะวันนะคะ”

“ดูถูกเหรอ” วศินโถมร่างเข้าใส่ ขึ้นค่อมรวิกานต์เอาไว้ด้วยความหงุดหงิด

เขาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด สินทรจับไม้จับมือรวิกานต์ หญิงสาวก็ยอมแต่โดยดีไม่มีท่าทีขัดขืน เขาไม่พอใจ ที่เห็นทั้งคู่หัวเราะระริกระรี้ด้วยกัน เขาไม่พอใจจริงๆ

“ฉันไม่เคยดูผิดเลยมากกว่า เพราะเธอ มันเป็นผู้หญิงกร้านโลก เธอคิดว่าไม่มีใครรู้ ว่าภายใต้ใบหน้าสะสวย แสนจะเรียบร้อยอ่อนหวานของเธอ มันมีอะไรซ่อนอยู่ ฉันจำได้ เธอมันเป็นเด็ฏใจแตก แอบหนีเที่ยว ฉันเจอเธอที่ผับ เธอทำเป็นจำฉันไมได้ เธอคิดว่าถ้าทำเป็นไม่รู้จักกัน ฉันจะปล่อยเธอไป ไม่มีทาง เธอคิดผิด ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าคนอย่างเธอ มันมีดีอะไรนักหนา คนอื่นถึงได้เข้ามาห้เธอกันดีนัก” ไม่ใช่แค่พูด วศินก้มหน้าลงซุกไซ้ที่ลำคอขาว รวิกานต์ดิ้นรนขัดขืน เธอทั้งกลัวและตกใจ ไม่คิดว่าวศินจะทำกับเธอเช่นนี้

“คูณศิน ไม่นะคะ อย่าทำแบบนี้ คุณศิน” รวิกานตฺร้องห้าม มือไม้ปัดป่าย แต่เหมือนวศินจะหน้ามืดตามัว จนไม่ยอมฟังอะไร เขาไม่ยอมหยุด แม้รวิกานต์จะร้องขอมากเพียงใด สุดท้าย หญิงสาวก็จำต้องยอม ปล่อยให้อารมณ์ของวศินเป็นใหญ่ และปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามความต้องการของผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตของเธอ


เมื่อพายุสงบลง รวิกานต์ยังคงร้องไห้ปริ่มจะขาดใจ หญิงสาวจัดแจงเครื่องแต่งกายจนเรียบร้อย ภายใต้ความเงียบงัน วศินนิ่งเงียบ บอกกับตัวเองไม่ถูกว่ารู้สึกเช่นไร เขาสับสนหลายอย่าง และไม่กล้า แม้จะมองหน้ารวิกานต์ใมเวลานี้

“ตะวัน” วศินเรียกรวิกานต์เสียงแผ่ว เมื่อหญิงสาวกำลังจะก้าวออกไป

“มันคงสมใจคุณแล้วสินะคะ คุณคงรู้สึก สะใจ ที่ได้ทำลายฉัน” เสียงของรวิกานต์หายไปพร้อมกับเสียงสะอื้น น้ำตาไหลอาบแก้ม รีบเดินออกมาจากตรงนั้นด้วยความอับอาย

“ตะวัน” วศินมองตาม สีหน้าของเขาบ่งบอกถึงความลำบากใจ เขาไม่เคยคิดมาก่อน ว่าหญิงสาวที่เขาเคยประนามว่าเหลวแหลก และเป็นเด็ฏใจแตก มีอะไรกับคนอื่นไปทั่ว เขาคิดผิด เขาคาดการณ์ผิดไป รวิกานต์ยังบริสุทธิ์ เขารับรู้ได้ เพราะเขาเป็นผู้ชาย เขารู้ว่าเธฮไม่เคยผ่านมือใครมาก่อน ร่างที่สั่นไหว และแรงปรารถนาที่เขามีต่อเธอ ทำให้เขา ทำร้ายเธอไปเสียแล้ว กว่าจะรู้ว่าเป็นแบบนั้น ก็สายเกินไป เขาไม่มีทางเรียกอะไรกลับคืนมาได้แล้วสินะ ในตอนนี้


..............


หลังจากวันนั้น วศินไม่พบรวิกานต์อีก เมื่อถามจากมะลิก็ทราบว่าหญิงสาวเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง วศินไม่มีเวลามากพอจะสนใจ เพราะเขาคิดว่า อย่างไรเสีย งานของเขาก็ยังสำคัญกว่า และยิ่งเมื่อในเวลานี้ ที่โรงแรมเกิดจับได้ว่าสินทร ยักยอกเงินของโรงแรมวศินจึงปล่อยเอาไว้ไมได้ ต้องรีบไปจัดการ

“ทำไมนายถึงทำแบบนี้ สินทร” วศินนั่งต่อหน้า ตอนนี้สีหน้าเขาเรียบนิ่ง หากแม้นสินทรเป็นเพียงพนักงานในโรงแรมทั่วไป เขาคงไม่ขัดข้อง แต่นี่ เขาคิดว่าสินทรคือแฟนของรวิกานต์

“ผมๆ ผมขอโทษครับบอส ผมติดพนันครับ” สินทรกลัวความผิด รีบยอมรับสารภาพว่าตนนั้นติดพนันบอลเป็นเงินหลานแสน และเคยยักยอกมาไม่ต่ำกว่าสิบครั้งแล้ว

วศินถอนใจหนัก เขานึกโกรธแต่ก็ยังพอจะเข้าใจ สินทรยอมรับสารภาพแต่เขาจะปล่อยไว้ไมได้ เขาต้องจัดการเพื่อไม่ให้เป็นตัวอย่างแก่ใคร

“ถึงนายจะเป็นแฟนของตะวัน แต่ฉันก็ไม่คิดว่าคนที่ยักยอกเงินแบบนายจะถูกปล่อยตัวไปง่ายๆหรอกนะ” เขากล่าวเสียงหนัก

สินทรเงยหน้า ส่ายหัวดิก “ผมไม่ใช่ ตะวันไม่รู้เรื่องนี้นะครับ เธอไม่เกี่ยว ผมทำคนเดียวแล้วเราก็ไม่ใช่แฟนกัน” นั่นทำให้วศินแสดงสีหน้างุนงง

“กรบอกว่าพวกนายเป็นแฟนกัน” พอพูดถึงกรกมล สินทรก็หน้าถอดสี

วศินเห็นว่าสินทรเหมือนมีอะไรบางอย่างในใจ เขาจึงบอกให้ทุกคนออกไปด้านนอก และเอ่ยถามกันเพียงลำพัง

“นายมีอะไรจะบอกฉันอีกหรือเปล่า” วศินนั่งรออย่างใจเย็น

สินทรเงียบนิ่ง เมื่อวศินเอ่ยถึงกรกมลเขายิ่งรู้สึกผิดขึ้นมาในใจ เขาถอนหายใจยาว แล้วเอ่ยเสียงเบา

“ผมกับตะวัน เราไมได้เป็นอะไรกันครับ จริงอยู่ ผมชอบตะวัน แต่ตะวัน ไม่เคยเปิดโอกาสให้ผม” เขาหยุด เงยหน้ามองวศิน ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยอะไรบางอย่างออกมาอย่างลูกผู้ชาย และนั่น ทำให้เขาลงไปกองกับพื้น เพราะถูกวศินต่อยเข้าให้จนหน้าหงายไปอีกทาง

“เอามันออกไป” เขาร้องบอกคนที่วิ่งเข้ามาดูเหตุการณ์ แล้วเดินฉุนเฉียวออกไปด้านนอก

วศินแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวตลอดวัน ก่อนจะกลับเข้าบ้านด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว เขาถามหารวิกานต์กับมะลิ ก่อนได้คำตอบว่าอยู่ในสวน

ร่างบางของรวิกานต์นั่งอยู่ตรงหน้าแปลงกุหลาบสีขาวสะอาดตา หญิงสาวกำลังพรวนดินแปลงดอกไม้ของเธอที่ตั้งใจปลูกเอาไว้นานแล้ว เธอไม่ได้สนใจว่ากำลังมีใครเดินเข้ามา จนกระทั่ง หญิงสาวได้กุหลาบสีขาวดอกใหญ่ติดมือมาสอสามดอก และหันกลับมาพบวศิน นั่นทำให้เธอชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเมินหน้าหนีไปทางอื่นและทำท่าจะเดินหนีเขาไป

“เดี๋ยวก่อน” คำพูดของวศินเหมือนมนต์สะกด รวิกานต์ก้าวเท้าค้าง หญิงสาวไม่หันมา แต่เธอก็หยุดนิ่งไม่ไปไหน

“เธอ เป็นยังไงบ้าง” วศินเอ่ยถามเสียงแผ่ว

“สบายดีค่ะ” อีกฝ่ายตอบฉับพลัน น้ำเสียงแข็งกระด้างไม่เหมือนรวิกานต์คนเดิม ไม่หันมองหน้าคนถามด้วยซ้ำ

วศินถอนใจยาว เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่าทางรังเกียจ “รู้หรือเปล่า สินทรยักยอกเงินบริษัท” เขาบอก รวิกานต์หันขวับมามอง

“หมายความว่ายังไง” สีหน้าและท่าทางของรวิกานต์คล้ายเป็นห่วง ทำให้วศินมีสีหน้าไม่พอใจ

“ก็หมายความตามนั้น นายสินทร โดนจับ ข้อหายักยอกเงินของโรงแรม ฉันอยากจะบอกเธอ เพราะเห็นว่าสนิทกัน”

“แล้วเขาเป็นยังไงบ้าง” ท่าทางแสนเป็นห่วงทำให้วศนหงุดหงิด เขาเข้ามาจับไหล่บางสองข้างและยึดเอาไว้

“มันไม่เป็นอะไรหรอก ฉันไม่ได้คิดจะฆ่าจะแกง ไม่ต้องเป็นห่วงกันขนาดนั้น ทำไมงั้นเหรอ เพราะเป็นแฟน เลยเป็นห่วงมากงั้นสิ” วศินยื่นหน้าเข้าใกล้ จนรวิกานต์ได้กลิ่นของน้ำยาโกนหนวดจางๆ

“อย่ามาพูดจาแบบนี้นะคะ ฉันกับสินทรไม่ได้เป็นอะไรกัน ฉันแค่เป็นห่วงเขา ในฐานะเพื่อน” รวิกานต์สะบัดตัวหนี

“งั้นเหรอ ฉันเห็นเธอเป็นเดือดเป็นร้อน ฉันก็นึกว่าเธอกลัวว่าแฟนเธฮจะเป็นอะไร แต่ไม่ต้องห่วงมากไปหรอกนะ อย่างมากคงติดคุกซักสี่ห้าปี” พูดจบ เขาก็เดินจากไป รวิกานต์กำมือแน่น ไม่ชอบใจกับคำพูดเหล่านั้น

หญิงสาวค่อยๆหมุนตัวช้าๆ แล้วเดินหายเข้าไปในคฤหาสถ์ วศินหันมองจนหญิงสาวลับตาไป เขาพยายามไม่คิดในสิ่งที่สินทรพูด หากนั่นเป็นเรื่องจริง ก็เท่ากับว่า เขาทำร้ายรวิกานต์ อย่างยากจะให้อภัย

..........

หมายเหตุ : เข้าสู่ระบบก่อน จึงจะโพสความคิดเห็นได้
Untitled Document