header
Untitled Document
Left
 
สั่งซื้อ หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว แจกฟรีทันที รักร้อนดั่งไฟ, ไฟรักผลาญใจ, ใจขอเพียงรัก, ดั่งสวรรค์สาป...ว่าให้รัก, หวานชะมัดแผนรักปล้นใจ จะเลือกเล่มใดเล่มหนึ่งหรือทั้งหมดก็ได้ ค่าส่งเล่มละ 50 บาท (เลือก 5 เล่มก็ 250 บาท) โอนเงินมาพร้อมกับการสั่งซื้อ หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว เข้าบัญชี มงคลชัย ชัยวิสุทธิ์ ธนาคารกสิกรไทย 731-2-44211-0 เสร็จแล้วส่งสลิปใบโอนเงินและชื่อที่อยู่ที่ให้จัดส่งพร้อมเบอร์โทรศัพท์ มาที่ mchaivis@hotmail.com โปรโมชันนี้ถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2559 เท่านั้น รีบหน่อยนะคะก่อนหนังสือจะหมด

Click
บ่วงตะวัน บทที่ 15
โดย minikunnoo เมื่อ 2013-12-29
บทที่ 15

หลายวันถัดมา ข่าวของสินทรเริ่มซาลง รตีเองตอนนี้ไม่มีใคร หญิงสาวคิดแผนการที่จะจับวศินให้อยู่หมัดด้วยการอ่อยเขาทุกวิถีทาง แต่วศินก็ยังไม่ใส่ใจ จนกระทั่ง เมื่อพบกันสองต่อสองในลิฟต์ รตี จึงเริ่มขยับเข้าหาวศิน จนทำให้ชายหนุ่มต้องขยับหนี

“บอสคะ รตีรักบอสนะคะ” รตีจู่โจมวศินแบบไม่ทันตั้งตัว อีกทั้งเป็นในลิฟต์ ทำให้วศินไม่มีทางหนี

“นี่คุณคิดจะทำอะไร ปล่อยผมนะ” วศินพยายามจะแกะรตีออกจากตัวเอง แต่หญิงสาวไม่ยอมแพ้ เธอยื่นหน้าขึ้นไปหอมแก้มวศิน ทำเอาชายหนุ่มเป็นงง เขาพลักรตีออกจากตัว แสดงท่าทีรังเกียจ

“โธ่ บอสคะ รตีแค่อยากเป็นของบอสนะคะ” รตีไม่ยอมแพ้ โถมทั้งตัวเข้าใส่ กอดคอของวศินเอาไว้แน่น พยายามจะจูบเขาให้ได้

“รตี หยุดนะ นี่คุณรู้หรือเปล่าว่ากำลังทำอะไร ปล่อยผมนะ ถ้าคุณไม่หยุด ผมจะไล่คุณออก” วศินสลัดตัวรตีออกไปได้ หญิงสาวกระเด็นไปติดกำแพงอีกด้าน น้ำตาเริ่มไหล

“ทำไมคะ รตีไม่สวย ไม่ดีตรงไหน ทำไมบอสไม่เคยมองรตีเลย” รตีพูดเสียงสั่น ทั้งเสียใจ ผิดหวัง และอับอาย

“ใช่ คุณเป็นคนสวย ผมไม่เถียง แต่ผมไมได้ชอบคุณ ผมเห็นคุณเป็นแค่พนักงาน อย่าทำแบบนี้อีก ไม่อย่างนั้น จะหาว่าผมไม่เตือน” วศินชี้หน้า รตีร้องไห้หนักส่ายหน้าไปมา

“ไม่ รตีรักคุณ ได้ยินมั้ยคะ รตีรักคุณ” รตีโผเข้าหาอีก ทั้งร้องไห้และกอดรัด แต่วศินใช้แรงที่ตนเองมี สลัดรตีออกไป ชายหนุ่มไม่ทันรู้ตัว ว่าโทรศัพท์มือถือของรตี หล่นใส่กระเป๋าเสื้อของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อลิฟต์เปิดออก วศินรีบก้าวออกมา ปล่อยให้รตีนั่งร้องห่มร้องไห้อยู่ภายในเพียงลำพัง

วศินไม่เข้าใจ ว่าเพราะอะไร รตีจึงได้บ้าดีเดือด มาบอกรัก และทำแบบนั้นกับเขา แต่ที่แน่ๆ เขาไม่พอใจ และไม่อยากจะทำร้ายเธอด้วยการไล่เธอออก แต่ถ้าเธอยังไม่ฟังที่เขาพูด คงต้องทำอะไรซักอย่าง วศินไม่อยากจะอยู่ที่ทำงานเพื่อให้ตัวเองหงุดหงิด จึงเคลียร์เอกสรและรีบออกไป เขาไม่มองรตีที่กำลังชะเง้อมองเขาอยู่ในแผนก รตีเอาแต่ร้องไห้ โดยที่ไม่มีใครเข้าใจว่าเพราะอะไร


กว่าจะกลับมาถึงบ้าน วศินก็เหนื่อยอ่อน ชายหนุ่มเหลียวซ้ายแลขวาไม่พบใคร พอดีมะลิเดินผ่านมาเขาจึงเรียกไว้

“พี่มะลิ” วศินร้องเรียก มะลิวิ่งหน้าตื่นเข้ามาใกล้

“ค่ะคุณศิน มีอะไรมจะใช้พี่คะ”

“เปล่าครับ นี่คุณยายไปไหน”

“ท่านขึ้นห้องแล้วค่ะ เห็นว่า วันนี้เหนื่อยๆ” มะลิบอก ทำหน้าไม่ค่อยสบายใจ

“ทำไม คุณยายเป็นอะไร” วศินตกใจ ขยับเข้าไปหามะลิ

“เปล่าค่ะเปล่า คุณท่านไมได้เป็นหรอกค่ะ คนที่เป็นน่ะ ตะวันต่างหาก นี่ไม่ยอมกินอะไรเลย ทั้งวัน ไม่ออกจากห้องด้วย” มะลิว่า แล้วทำเสียงแหะๆตบท้าย

“ก็ช่างเขาปะไร ไม่อยากกินก็ไม่ต้องกินสิ” วศินว่า เบ้หน้าทำไม่สนใจแล้วสลัดตัวเดินหนีไปอีกทาง

มะลิมองตาม ถอนใจเบาๆ แล้วเดินกลับไปทำงานของตัวเองต่อ

ในขณะที่วศินเดินมาหยุดที่หน้าห้องของรวิกานต์ ทั้งที่บอกว่าไม่สนใจ แต่ขากลับพาตัวมาหยุดอยู่ตรงนี้ จะเคาะก็กลัวเสียหน้า แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้

“นี่ อยู่หรือเปล่า” ในที่สุด ชายหนุ่มก็เลือกที่จะส่งเสียงถามเข้าไปด้านในแบบกล้าๆกลัวๆ

ประตูถูกเปิดออกโดยไร้เสียงตอบรับ ร่างแบบบางของรวกานต์เพิ่งเดินไปหยุดที่ริมหน้าในจังหวะที่วศินเดินเข้ามาด้านใน ไม่ลืมจะล็อกประตูให้อีกฝ่าย ด้วยกลัวจะมีใครเปิดเข้ามาเห็นเขาอยู่กับเธอเพียงลำพัง

“พี่มะลิบอกว่าเธอไม่กินข้าว” เขาถาม ยังยืนอยู่ที่หลังประตู

“ไม่ดีเหรอคะ ฉันจะได้ ตายๆไปซะ เหมือนที่คุณกร ตายไปเพราะฉัน” รวิกานต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา สองมือกอดอกแน่นราวกับหวงแหนร่างกายนั้นเสียเหลือเกิน น้ำตาเจ้ากรรมที่ไม่รู้ว่าแห้งไปเมื่อไหร่ไหลออกมาอีกครั้ง ร่างทั้งร่างสั่นไหวไปตามแรงสะอื้น

วศินได้ยินก็เลือดขึ้นหน้า ย่างสามขุมเข้ามาใกล้ คว้าเข้าที่แขนก่อนออกแรงดึง หยิงสาวสะบัดตามแรงเหวี่ยง ใบหน้าอาบน้ำตาหันมาให้สบ วศินนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะเปลี่ยนท่าที

“เป็นอะไร พูดประชดทำไม” เขาถาม น้ำเสียงยังแข็ง

“ก็คุณต้องการแบบนั้นไม่ใช่เหรอคะ ต้องการให้ฉ้นตาย เหมือนที่คุณกรตาย” รวิกานต์เบี่ยงตัว หนีมือที่จับอยู่ สายตาจ้องนิ่งไปที่ใบหน้าของอีกฝ่าย แววตาแฝงไปด้วยความเจ็บปวด จนยากจะเข้าใจ ก่อนที่ใบหน้าสวยจะเบือนหลบไปอีกทาง

“ตะวัน” วศินเห็นหญิงสาวเบี่ยงตัวหนี ก็จับให้หันมาสบตา

“คุณมีธุระอะไรหรือเปล่าคะ ถ้าไม่มี เชิญค่ะ ฉันอยากพักผ่อน” รวิกานต์ไม่ยอมแพ้ แกะมือเขาออกจากตัว

“ทำไม อยู่ใกล้ฉันแล้วมันจะตายหรือไง ทำหน้าอย่างกับ จะกัดลิ้นตัวเองตาย” วศินเริ่มอารมณ์เสีย ที่รวิกานต์ทำท่าทีรังเกียจ

“ใช่” คนตัวเล็กกว่าโพร่งออกมา สีหน้าจริงจัง

“อะไรนะ” วศินทำเสียงสูง บีบไหล่ของรวิกานต์แน่น

“ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ ช่วยไปไกลๆหน่อยได้ไหมคะ ที่จริงแล้ว คุณเองก็ไม่ได้อยากเห็นหน้าฉัน คุณเกลียดฉัน งั้นก็ช่วยอยู่ห่างๆฉัน เพราะเดี๋ยวฉัน จะทำให้คุณมีอันเป็นไปแบบแม่และคุณกร” รวิกานต์แผดเสียงใส่ สะบัดตัวหนีมือสุดแรงจนหอบ ก่อนจะมองวศินนิ่ง

วศินกัดฟัน เขาโกรธ ใช่ เขาเกลียดเธอ เธอทำให้ผ่องต้องตาย เธอทำให้กรกับลูกตาย เขาไม่อยากจะแตะต้องตัวเธอ เขารังเกียจเธอ แต่ไม่รู้ทำไม เขาถึงได้ใจหายเมื่อเห็นเธอร้องไห้แบบนั้น วศินไม่พูดอะไรและยอมเดินออกไปจากห้องแต่โดยดี เมื่อพ้นร่างของชายที่รัก รวิกานต์ก็ทิ้งตัวลงนั่งกับพื้น แล้วปล่อยให้ตัวเองร้องไห้จนสาแก่ใจ


..............


เช้าถัดมาวศินตื่นแต่เช้า เขากำลังจะออกไปทำงาน แต่มะลิวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา

“คุณศินคะ นี่อยู่ในกระเป๋าเสื้อนอกคุณศินค่ะ” มะลิบอก ยื่นโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งให้

“ของใคร” เขาบ่นกับตัวเอง ก่อนขับรถออกมาจากบ้าน มุ่งหน้าไปโรงแรม
เมื่อมาถึง เขาก็จัดการเปิดเครื่องโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่อยู่ในกระเป๋าของเขาออกดู ปรากฏรูปหน้าของรตี ทำให้วศินรู้ว่า โทรศัพท์เครื่องนี้ คงหล่นตอนที่รตีเข้ามานัวเนียเขาเมื่อวาน

“ของรตี” วศินคิด

ตอนแรกชายหนุ่มคิดจะนำโทรศัพท์ไปคืนแก่รตี เพราะป่านนี้เธอคงจะหามันอยู่ แต่พอมาคิดถึงคำพูดของสินทรในวันก่อน

‘คุณต้องเชื่อผม ยัยรตีร่วมมือกับคุณกร ยัดเยียดผมใก้กับตะวัน ตะวันไม่เคยชอบผม แต่คุณกรต้องการให้ผมจีบตะวัน ผมเห็นว่าตะวันน่ารัก ผมเลยยอม คุณกรให้เงินผม แล้วก็จ้างรตีให้คอยดูว่าคุณกับตะวันมีอะไรกันหรือเปล่า’ สินทรบอกกับเขาในวันที่เข้าตาจน และไม่คิดอยากจะติดคุกแต่เพียงลำพัง

วศินไม่เชื่อเลยต่อยสินทรให้จนปากแตก เพราะเขาไม่คิดว่ากรกมลจะเป็นคนแบบนั้น กรกมลไม่มีทางทำร้ายรวิกานต์แน่นอน เขาเชื่อว่าเธอเป็นคนดี

ความสงสัยก่อเกิด เขาอยากจะรู้ว่าภายในโทรศัพท์เครื่องนี้มีอะไรอยู่บ้างจึงเริ่มเปิดออกดูทีละนิด

วศินได้พบข้อความที่รตีสนทนากับสินทรและกรกมล เขามองปราดเดียวตัวเริ่มสั่นถึงแผนการต่างๆที่กรกมลวางเอาไว้ รวมไปถึง เรื่องล่าสุดคือกรกมลต้องการให้สินทรรวบหัวรวบหางรวิกานต์เสีย โดยให้รตีร่วมมือด้วย

เขาระงับความโกรธเอาไว้ และเปิดเข้าไปดูบรรดารูปถ่ายที่รตีถ่ายเก็บเอาไว้ มีหลายฉากหลายตอนที่เป็นรูปของเขาและรวิกานต์อยู่ด้วยกันเพียงสองต่อสอง นั่นทำให้เขามั่นใจว่าทำไมพักหลัง กรกมลถึงได้ดูอารมณ์เสียใส่รวิกานต์นักทั้งที่เคยเอ็นดูจะตาย

พอเลื่อนมาจนกระทั่งเจอคลิบวิดิโอซึ่งถูกแอบถ่ายเอาไว้ เขาเปิดดู และได้พบว่า ภาพในคลิบนั้น คือภาพที่กรกมลกำลังใช้กำลังบังคับรวิกานต์ให้ทำอะไรซักอย่าง ฟังไม่ค่อยเป็นภาษา แต่ที่แน่ๆ ในคลิบ คืออันที่เกิดอุบัติเหตุ

วศินไม่ทนอีกต่อไปแล้ว เขาแทบจะเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้ง หากไม่กลัวว่าหลักฐานทั้งหมดจะถูกทำลายไปพร้อมเครื่อง เขาไม่รอช้าแน่

รตีถูกเรียกให้เข้ามาพบ หญิงสาวแอบดีใจลึกๆว่าวศินอาจจะเปลี่ยนใจ รตีไม่รอช้ารีบเข้าไปหา ยิ้มแย้มแจ่มใสให้กับเขา ในขณะที่ วศินหน้าบึ้งตึง คล้ายอยากจะฆ่าคน

“ผมต้องการให้คุณอธิบายเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับโทรศัพท์เครื่องนี้” เขาวางโทรศัพท์ของรตีไว้ตรงหน้า รตีหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าไปมาเบาๆ

“บอสหมายถึงอะไรคะ รตีไม่รู้เรื่อง นี่บอสเก็บโทรสัพท์รตีได้เหรอคะ มิน่าล่ะ รตีหาตั้งแต่เมื่อวาน” รตีทำท่าจะเอื้อมมือไปหยิบ แต่วศินดึงกลับไปถือเอาไว้ก่อน

“ผมรู้ ว่าคุณรู้ ว่าผมพูดถึงอะไร บอกผมมาเถอะ ไม่อย่างนั้น คุณอาจจะต้องไปนอนในคุกเหมือนสินทร” วศินเอนหลัง จ้องรตีที่มีอาการเลิกลักเพราะกลัวความผิด

“รตีไม่รู้ค่ะ บอสพูดเรื่องอะไรคะ” รตียังคงเกลือกตาไปมา ไม่ยอมรับแต่โดยดี

“ถ้าคุณไม่อยากพูดก็ไม่เป็นไร ถ้าอย่างนั้น ผมคงต้องเรียกตำรวจมาจัดการ” วศินเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์ที่วางอยู่อยู่บนโต๊ะ ทำท่าจะกด

“อย่าค่ะ ยอมแล้วค่ะ บอสอย่าเรียกตำรวจเลยนะคะ” ด้วยความรักตัวเอง รตีรีบร้องห้าม ก่อนจะพรั่งพรูทุกเรื่องที่วศินอยากรู้ออกมา

ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง เรื่องราวตั้งแต่ต้นยันจบถูกถ่ายทอดออกมาจากปากของรตี หญิงสาวร้องไห้สะอึกสะอื้น อ้อนวอนและร้องขอไม่ให้วศินแจ้งตำรวจ เพราะเธอทำตามคำสั่งของกรกมล แต่เหตุที่ถ่ายคลิบเอาไว้นั้น เพราะต้องการจะเรียกร้องเงินทองจากกรกมล หากถึงเวลาเข้าตาจน

วศินเอนหลังพิงพนัก ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เขาพยายามหายใจเข้าออกช้าๆ อย่างระงับอารม์ สำคัญกว่านั้น รตียังบอกอีกว่า เด็กในท้องของกรกมล เป็นลูกของสินทร ไม่ใช่ของเขา

“คุณกรเมามาก สินทรไปด้วยวันนั้น ทั้งคู่กลับไปด้วยกัน นายสินทรบอกว่า คุณกรเพ้อเรียกหาแต่บอส สุดท้าย ทั้งคู่ก็มีอะไรกัน รตีเชื่อว่า เด็กในท้องคุณกร เป็นลูกของสินทรค่ะ ไม่ใช่ลูกของบอส” รตีบอก พร้อมกับนั่งนิ่งด้วยความหวาดกลัว

วศินคิดหนัก มิน่าเล่า กรกมลถึงได้วางแผนพาเขาไปนอนด้วย เพราะต้องการให้เขา รับผิดชอบเด็กในท้องของเธอนี่เอง ทำไมเขาถึงได้โง่ขนาดนี้นะ

“ผมเข้าใจคุณ แต่ ผมคงร่วมงานกับคุณไม่ได้ผมจะให้ทางออฟฟิศจ่ายเงินล่วงหน้าให้คุณ สามเดือน แล้วออกไปซะ ไม่อย่างนั้น ผมจะแจ้งความ ข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับสินทร” วศินบอก รตีได้ยินก็ถึงกับอึ้งพูดอะไรไม่ออก เอาแต่ร้องไห้เสียงดังราวกับคนใกล้บ้า ก่อนที่เจ้าหน้าที่ของทางโรงแรม จะเข้ามาลากตัวออกไป

วศินเริ่มเครียด เขาคิดทบทวนหลายอย่าง ก่อนจะหุนหันพลันแล่น ออกไปข้าวนอก และไปจบที่บาร์แห่งหนึ่ง ซึ่งเขาไม่คิดจะย่างกายเข้ามาอีก หลังจากพบรวิกานต์ในครั้งนั้น เมื่อห้าปีก่อน

วศินเลือกโต๊ะที่อยู่ในมุมหนึ่งซึ่งลึกเข้าไป เขาอยากนั่งเงียบๆคนเดียว ชายหนุ่มสั่งคอกเทลที่ไม่มีแอลกอฮอลล์มาก เพราะไม่อยากจะดื่มจนเสียสติ หากแต่เพียงอยากจะใช้ความคิดเท่านั้น

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ ความคิดของเขายังไม่ทันตกตะกอน เสียงกรี๊ดของเหล่าบรรดานักท่องราตรีเริ่มดังมากขึ้น ผู้คนเริ่มทยอยกันเข้ามาหนาแน่น สายตาของวศินเหลือบมองผู้คนเหล่านั้น จนสะดุดเข้ากับร่างๆหนึ่งที่คุ้นตา

“ตะวัน” เขาเอ่ยกับตัวเอง กำแก้วในมือแน่น เมื่อมองไปแล้วพบรวิกานต์ ในชุดนักท่องราตรีคล้ายปาร์ตี้เกิร์ลคนอื่นๆ ท่อนบนนั้นเป็นเพียงเกาะอกหนาเพียงคืบโชว์หน้าท้องแบนราบ กับกางเกงตัวสั้นจู๋และรองเท้าส้นสูง ใบหน้าถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางจนแทบจำไม่ได้ ผมที่ยาวเหยียดตรงบัดนี้ถูกดัดเป็นลอนสวยเข้ากับเครื่องหน้าและเครื่องแต่งกาย รอบกายลายล้อมด้วยชายหนุ่มมากหน้า และบรรดาเพื่อนหญิงอีกหลายคน

ไม่จริง วศินคิด รวิกานต์ที่พบเมื่อคืน ไม่มีทางมาอยู่ตรงนี้ได้ หรือเขาจะเข้าใจผิด

วศินไม่รอช้า เดินตรงเข้าไปหา คว้าเข้าที่แขน หญิงสาวตกใจสะบัดหนี แต่วศินยังคงจับแน่น

“ไหนว่าไม่ชอบแบบนี้ไง นี่พอเผลอก็แอบออกมาทำตัวแบบนี้เหรอ ฉันไม่คิดเลยนะ ว่าเธอจะเป็นคนแบบนี้” วศินโพล่งใส่เสียงดัง เพื่อแข่งกับเสียงเพลงที่กำลังเปิดสนั่นในตอนนี้

“นี่คุณพูดอะไร ฉันไม่รู้เรื่อง เมาแล้วก็กลับไปนอนไป อย่ามายุ่งกับฉัน” หญิงสาวคนเดิมเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ชอบใจนัก สายตาของเธอมองวศินด้วยความรังเกียจ เพราะไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร อยู่ๆก็เข้ามาจับตัวเธอแบนี้หมายความว่าอย่างไร

“อย่ามาทำหน้าซื่อหน่อยเลย ถึงเธอจะแกล้งจำฉันไม่ได้ แต่ฉันจำเธอได้ เพราะเธอ เป็นเมียของฉัน” วศินที่เริ่มเมาโผเข้ากอด หญิงสาวดิ้นพล่านด้วยความตกใจ ก่อนจะถูกแยกออกจากวศินด้วยแรงมหาศาลของใครอีกคน

“เฮ้ย นี่แกจะทำอะไร ปล่อยมือจากผู้หญิงของฉันนะ” แล้วหมัดลุ่นๆก็ถูกตรึงลงบนใบหน้าของวศิน จนล้มคว่ำ

“นายหิน อย่า เขาเมา อย่าทำเขา” เสียงร้องบอก นายหินยังไม่หยุด เขายังต่อยซ้ำไปอีกสองสามครั้ง จนอีกฝ่ายนอนแน่นิ่งไป

“นายหิน ฉันบอกให้พอ” น้ำเสียงคนห้ามเริ่มเอาจริง มือบางคว้าเข้าที่แขนล่ำ ของบอดี้การ์ดส่วนตัว ก่อนจะรีบเข้าไปดูคนที่โดนเล่นงานจนสลบไป

“ห้ามทำไม มันกำลังจะลวนลามคุณ” นายหินว่า แล้วทำหน้าไม่พอใจนัก

“แต่เขาเมามาก เขาอาจจะเข้าใจผิด ไม่รู้แหละ พาเขากลับบ้าน ดูสิ มีบัตรประชาชนหรืออะไรที่บอกว่าเขาเป็นใคร” เจ้าของร่างบางออกคำสั่ง บอดี้การ์ดอีกหลายคนเข้าเคลียร์พื้นที่ ทุกอย่างกลับสู้ภาวะปกติ

“นายวศิน วรากร” เขาอ่านชื่อดังๆ ก่อนจะสั่งลูกรน้องมาหิ้วตัววศินออกไปจากตรงนั้น

เจ้าของร่างบางรู้สึกหงุดหงิด ที่อยู่ๆก็ถูกใครไม่รู้เข้าสวมกอดอย่างไม่น่าให้อภัย แต่นั่นเธอยังไม่โกรธเท่า พ่อบอดี้การ์ดล่ำบึกของเธอ ทำเอาบรรยากาศงานเลี้ยงวันเกิดของเพื่อน เสียหมด

“พาเขาไปส่งที่บ้าน ฉันจะกลับคอนโด” เธอบอก เสียงเข้ม

“ครับ คุณหนู” นายหินรับคำแบบขอไปที เจ้าของร่างบางพยักหน้าแล้วสะบัดตัวเดินไปขึ้นรถที่จอดอยู่อีกด้านหนึ่ง

“ถือว่าวันนี้นายโชคดีนะ นายวศิน” เขามองร่างที่สลบซึ่งตอนนี้ถูกพามานั่งบนรถของเขาเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่รถของนายหิน จะบึ่งออกมาจากตรงนั้น

หมายเหตุ : เข้าสู่ระบบก่อน จึงจะโพสความคิดเห็นได้
Untitled Document