header
Untitled Document
Left
 
สั่งซื้อ หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว แจกฟรีทันที รักร้อนดั่งไฟ, ไฟรักผลาญใจ, ใจขอเพียงรัก, ดั่งสวรรค์สาป...ว่าให้รัก, หวานชะมัดแผนรักปล้นใจ จะเลือกเล่มใดเล่มหนึ่งหรือทั้งหมดก็ได้ ค่าส่งเล่มละ 50 บาท (เลือก 5 เล่มก็ 250 บาท) โอนเงินมาพร้อมกับการสั่งซื้อ หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว เข้าบัญชี มงคลชัย ชัยวิสุทธิ์ ธนาคารกสิกรไทย 731-2-44211-0 เสร็จแล้วส่งสลิปใบโอนเงินและชื่อที่อยู่ที่ให้จัดส่งพร้อมเบอร์โทรศัพท์ มาที่ mchaivis@hotmail.com โปรโมชันนี้ถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2559 เท่านั้น รีบหน่อยนะคะก่อนหนังสือจะหมด

Click
บ่วงตะวัน บทที่ 16
โดย minikunnoo เมื่อ 2014-01-05
บทที่ 16

ร่างของวศินนอนนิ่งอยู่บนโซฟา เขาไม่รู้หรอกว่าตัวเองสลบไปกี่ชั่วโมง แต่ตอนนี้ เขาเจ็บระบมไปหมดทั้งร่าง ความทรงจำเริ่มกลับคืนมาเล็กน้อย

“ไงล่ะเรา ไปมีเรื่องกับใครมา ถึงได้โดนเขาซ้อมเอาขนาดนี้” เสียงของผู้เป็นยายเรียกสติของวศินคืนมาได้บ้าง ชายหนุ่มยันตัวเองลุกนั่ง มือยื่นไปแตะที่ขอบปากซึ่งก่อนหน้ามีเลือดไหลอาบเนื่องจากโดนต่อยเข้าอย่างจัง

“ไม่ทราบครับคุณยาย แล้วนี่ ผมกลับมาได้ยังไง” เขาถาม มองซ้ายมองขวา

“มีคนพามาส่งค่ะ เขาไมได้บอกว่าเป็นใคร แต่หล้อหล่อ” มะลิบอก แล้ววางอ่างน้ำพร้อมผ้าเช็ดหน้าลงที่โต๊ะ

“ตะวันเขาลงมาเปิดประตู แล้วก็ดูแลเราจนถึงเช้า อย่าลืมไปขอบคุณเขาด้วยล่ะ” คุณหญิงบอก ทำหน้าเอือมระอากับหลานชายคนเดียวเสียเหลือเกิน

“ก็เพราะเด็กนั่น ผมถึงเป็นแบบนี้” เขาเสียงดัง กำมือแน่น นึกถึงเรื่องเมื่อคืนที่จำได้แม่น เพราะรวิกานต์ เขาถึงโดนทำร้าย ถึงเขาจะเมา แต่เขาก็จำได้ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

“ไปโทษอะไรตะวันอีกล่ะ เขาช่วยแกนะ ไม่งั้นแกคงนอนเป็นหมาอยู่หน้าบ้าน” คุณหญิงเอ็ดอึงเสียงดัง

“ยัยนั่นอยู่ไหน” เขาหันไปหามะลิ

“อยู่ที่ห้องค่ะ” มะลิบอก มองหน้าคุณหญิงแล้วทำตาปริบๆ

วศินไม่ฟังเสียงใคร ลุกขึ้นได้ก็เดินตรงไปยังห้องพักของรวิกานต์ที่อยู่อีกด้านหนึ่งของตึก ชายหนุ่มก้าวอย่างรวดเร็วมาหยุดที่หน้าห้อง เคาะเรียก ก่อนเจ้าของห้องจะมาเปิด

ร่างทั้งร่างของรวิกานตืแทบกระเด็นในทันทีที่วศินถึงตัว หญิงสาวถอนหลังไปนั่งลงที่ปลายเตียง

“คุณศิน จะทำอะไรคะ” รวิกานต์ตกใจ อยู่ๆวศินก็ทำหน้าเหมือนโกรธใครมา แล้วมาลงที่เธอ

“เมื่อคืนสนุกมั้ย สนุกมากสินะที่ปั่นหัวฉันได้” เขาย่างสามขุมเข้ามาใกล้ มือกำแน่น

“เมื่อคืนทำไมคะ ฉันไม่รู้เรื่อง” รวิกานต์ปฏิเสธ และนั่นเหมือนกำลังเพิ่มเชื้อไฟ

“ไม่รู้งั้นเหรอ แผลที่หน้าของฉัน มันเป็นเพราะเธอ ถามจริงๆเถอะ เธอจะเก็บซ่อนความเป็นตัวตนอีกนานมั้ย เธอจะหลอกลวงคนอื่นเค้าอีกนานแค่ไหน” ร่างของวศินยืนตรงหน้า มือคว้าจับที่สองไหล่เขย่าจนหัวสั่นหัวคลอน

“คุณศิน ฉันเจ็บ คุณจะบ้าเหรอ ฉันไม่เข้าใจ คุณพูดเรื่องอะไร” รวิกานต์
พยายามจะถาม แต่วศินเอาแต่ใส่อารมณ์

“มองหน้าฉัน เมื่อคืน ฉันเห็นเธอ ไปกับผู้หญิงกลุ่มนึง กับผู้ชายที่ต่อยฉัน เธอต้องการอะไร ทำไมต้องทำแบบนั้น”

“ฉันเปล่า คุณพูดเรื่องอะไร ฉันไม่ได้ไปไหน ฉันอยู่ที่นี่ทั้งคืน” รวิกานต์ปฏิเสธ ย่นคิ้วเข้าหากัน มือทั้งสองข้างถูกกำไว้หลวมๆ

“ไม่ใช่ได้ยังไงก็เห็นอยู่ว่าหน้าเหมือนกัน นี่ไงหลักฐาน” วศินควักเอาโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วเปิดหารูปถ่ายที่แอบถ่ายเก็บเอาไว้

วศินใช้เวลาอยู่ไม่นานก็ยื่นไปตรงหน้า รวิกานต์บ่นคิ้วหนัก เอียงคอมองทำหน้างงๆ

“ใครคะ”

“ก็เธอไง ยังมีหน้ามาถามอีกว่าใคร”

รวิกานต์ทำตาโต เมื่อพินิจอย่างละเอียดผู้หญิงในภาพมีใบหน้าที่เหมือนเธอราวกับเป็นคนๆเดียวกัน จะต่างก็แต่ มีรูปร่างที่ผอมเพียวกว่า และแต่งหน้าจัด เครื่องแต่งกายก็เปรี้ยวจี๊ดจนเข็ดฟัน

“ไม่ใช่ นี่ไม่ใช่ฉัน คุณศิน นี่คุณเล่นอะไร” รวิกานต์ที่กเดอาการตกใจคิดว่าวศินใช้โปรแกรมตัดแต่งเพื่อหาเรื่องเธอ

“ยังมีหน้ามาปฏิเสธอีกนะ ก็เห็นอยู่ชัดๆว่านี่มันเธอ แล้วไอ้ล่ำนั่นใคร บอกมานะ” เขาเขย่าเธฮอีก รวิกานต์งุนงง ล่ำไหนกัน

“คุณหมายถึงใคร ฉันไม่รู้จักใคร ชีวิตฉันแทบจะไม่มีเพื่อน ฉันจะรู้จักคนที่คุณว่าได้ยังไง” รวิกานต์บอก ส่ายหน้าดิก

“ก็มันต่อยฉัน มันปกป้องเธอ มันบอกเรียกเธอว่า คุณหนู”

“ฉันไม่รู้จักเขา ไม่ว่าคุณจะบังคับฉันยังไง ฉันก็ไม่มีทางรู้จักเขา เขาเป็นใครฉันไม่รู้จัก คุณถูกพามาส่งที่หน้าบ้าน ฉันลงมาพบเข้าพอดีเลยพาคุณเข้ามาในบ้านแค่นั้น ฉันไม่เคยออกไปเที่ยวอย่างที่คุณว่า ถ้าคุณคิดว่าเป็นฉัน ไหนล่ะคะ ชุดที่ฉันใส่ ไหนล่ะคะ แล้วไหนเครื่องสำอาง ฉันเคยแต่งหน้าแบบนั้นเหรอคะ” รวิกานต์เหลืออด โพล่งออกมาเสียงดัง เธอไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว วศินชักจะหาเรื่องเธอมากเกินไป

วศินอึ้งไปเล็กน้อย นั่นสินะ รวิกานต์ไม่เคยแต่งหน้า ไม่ว่าจะเวลาไหน แม้กระทั่งงานแต่งงานของรพีภัทร รวิกานต์ก็เพียงแค่แต่งเติมเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย เพราะสวยอยู่แล้วเป็นทุนเดิม แต่ถึงอย่างนั้น คนที่เขาเจอเมื่อคืน ต้องเป็นรวิกานต์แน่ๆ ไม่เช่นนั้น จะหน้าเหมือนกันขนาดนั้นได้อย่างไร

“เธอก็คงทิ้งไปแล้วสิ เพราะกลัวคนอื่นจับได้ไง” วศินตอบอ้ำอึ้ง เขาไม่อยากจะเสียฟอร์มที่เข้ามาหาเรื่องเธอถึงที่ทั้งที่ไม่มีหลักฐาน

“ถ้าคุณอยากจะคิดแบบนั้นก็ตามสบายค่ะ ออกไปได้แล้วค่ะ ฉันจะไปธุระ” รวิกานต์ว่า พลักตัววศฺนออกจากร่าง แล้วเดินหนีเข้าไปในห้องน้ำ

“นี่อย่าหนีนะ เธอคิดว่าหนีฉันพ้นเหรอ” วศินวิ่งตามไปหน้าห้องน้ำ เคาะเรียกอยู่นานแต่ไม่มีเสียงตอบ วศินเดินหงุดหงิดอยู่พักใหญ่ ก่อนจะล่าถอยออกไป
รวิกานต์เห็นเสียงด้านนอกเงียบไป จึงออกมาจากห้องน้ำ หญิงสาวถอนหายใจ ก่อนจะตัดสินใจโทรหาใครบางคน


วศินพาตัวเองที่กำลังหงุดหงิดมาที่โรงแรม เขาทำงานไม่รู้เรื่องเพราะกำลังคิดหลายอย่าง หาเหตุผลความน่าจะเป็น หากแม้ว่าคนเมื่อคืนไม่ใช่รวิกานต์ แล้วใครกันล่ะ ที่มีใบหน้าเหมือนกันขนาดนั้น

“หรือเราจะคิดมากไป” วศินบ่นกับตัวเอง ก่อนจะเหลือบตาไปมองปฏิทิน และทำให้เขาต้องตาโต

เขาไม่รู้ว่าที่กำลังทำอยู่มันดีหรือเปล่า ทั้งที่เขารู้ความจริงว่าเพราะกรกมล บังคับพาตัวรวิกานต์ออกไป และเกิดอุบัติเหตุ เด็กในท้องก็ไม่ใช่ลูกของเขาแต่เป็นของสินทร เขากลับคิดว่า นั่นเป็นเพราะรวิกานต์ เธอมันตัวซวย
ตั้งแต่ไหนแต่ไร รวิกานต์อยู่ใกล้ใครคนนั้นก็ต้องเจ็บตัว เพราะผ่องมีรวิกานต์ ผ่องถึงต้องย้ายออกจากบ้านไปทั้งที่เขารักผ่องเหมือนแม่คนหนึ่ง แต่เพราะรวิกานต์ ผ่องจำต้องย้ายออกไปแบบไร้สาเหตุไม่ทันไรก็ต้องมาตายเพราะรวิกานต์เป็นต้นเหตุ แบบนี้ ยังจะให้มองในแง่ดีได้อย่างไร แล้วนี่ กรกมลก็ต้องมาตายเธออีก

ที่จริงเขารู้ว่าเธออาจจะกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา แต่เพราะใจของเขา คิดว่าดีเสียอีก รวิกานต์จะได้ไม่ต้องก่อปัญหาให้ใคร อยู่ใกล้ใครก็ทำให้คนนั้นต้องมีอันเป็นไป นอนนิ่งๆไปแบบนั้นน่ะดีแล้ว แต่พอมาคิดอีกที เขากลับสงสารแล้วก็บอกตัวเองไมได้ ว่าทำไมต้องเป็นห่วง ทั้งที่อยากให้รวิกานต์ไม่ฟื้นมาอีกเลย เหมือนกรกมล จะไม่ฟื้นขึ้นมาอีกแล้ว

จะว่าไป เขาเองก็อดที่จะเป็นห่วงรวิกานต์ไม่ได้ โดยเฉพาะช่วงนี้ เขารู้สึกเหมือนไม่อยากขาดเธอไปจากชีวิตของเขาเลยด้วยซ้ำ ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไรกัน

“เฮ้ย ว่างหรือเปล่า มาหาหน่อย ที่เดิมนะ” วศินโทรหาใครบางคน เป็นเพื่อนเก่าแก่ ที่ไม่ได้เจอกันมานานหลายปี แต่วันนี้เขากลับคิดถึงเพื่อนคนนี้จับใจ
พอได้เวลาเลิกงาน และนึกถึงเวลาที่นัดหมายกับเพื่อน วศินก็ขับรถมาจอดในผับๆเดิม ที่เคยเจอรวิกานต์เมื่อไม่กี่วันก่อน พอการ์ดของทางร้านเจอเขาก็ไม่อยากจะให้เข้า แต่เขารับปากว่าจะไม่ก่อเรื่องอีกแน่นอน

“เฮ้ยศิน มีอะไรวะ เรียกฉันมาเนี่ย” สิงหา เพื่อนที่ไม่ได้พบกันมานาน เพราะเป็นทหารอยู่ต่างจังหวัด ร้องเรียกวศินเมื่อพบหน้า

“เออไอ้สิงห์ เป็นไงมั่งแก”

“ก็สบายดี ฉันรู้เรื่องกรแล้วนะ เสียใจด้วยว่ะ”

“เออ เรื่องมันผ่านไปแล้ว กรเขาก็ไปสบายแล้ว ฉันไม่อยากคิดว่ะ” วศินว่า สั่งเครื่องดื่มมาเต็มโต๊ะ

“แล้วนี่มีเรื่องอะไร ไม่ได้เจอกันเกือบปี เป็นยังไงบ้าง งานเป็นไงวะ” สิงหายกแก้วสีอำพันขึ้นกระดก แล้ววางลงอย่างเบามือ สายตาก็สอดส่ายมองสาวๆนักท่องราตรี

“ก็เรื่อยๆว่ะ เฮ้ยสิงห์ แกจำได้เปล่าวะ เมื่อประมาณ เจ็ดแปดปีก่อน ตอนที่ฉันกลับมาจากอังกฤษ แล้วมาเจอผู้หญิงคนนึง ที่ฉันเคยบอกว่ารู้จัก”

“จำได้ ทำไม”

“เด็กนั่นอยู่บ้านเดียวกับฉันมาห้าปีแล้ว”

“เฮ้ย เด็กไหน คนสวยๆ ที่แกเคยบอกว่ารู้จักน่ะนะ มันนานแล้วว่ะ เด็กนั่นยังมัธยมอยู่เลยนะตอนนั้น แล้วทำไมมาอยู่บ้านแกได้” สิงหาพยายามคิด แต่ก็คิดได้แค่เธอเป็นคนสวย ที่จริง แทบจไม่ได้เลยด้วยซำว่าหน้าตาเป็นยังไง

“อือ สำคัญเลยนะ ฉันกำลังสงสัย ว่ายัยนั่น เป็นคนสองบุคลิก แกดูนี่ แกคิดยังไงวะกับสองรูปนี้” วศินเปิดภาพถ่ายของรวิกานต์ในช่วงที่ทำงานกับตอนที่เขาเจอให้กับสิงหาดู

“ทำไมวะ ก็สวยดี” สิงหาหัวเราะเบาๆ ทึ่งในความสวยหวานของรวิกานต์

“ไม่ใช่ ให้ดูว่ามันต่างกันยังไง”

“ก็ ภาพแรกออกจะหวานๆ แต่อีกภาพ เหมือนจะเปรี้ยวจี๊ดเลยว่ะ แกแน่ใจเหรอคนๆเดียวกัน ถ้าแกไม่บอกฉันนึกว่าเป็นคนละคนนะ” สิงหาบอก แล้วส่งโทรศัพท์คืน

“หมายความว่ายังไง” วศินทำหน้างง ย่นคิ้วเข้าหากันบ่อยครั้งเพราะคำพูดของเพื่อน

“เอ้าไอ้นี่ ไม่เข้าใจอะไร ก็ฉันบอกว่า ถ้าแกไม่บอก ว่าเด็กในรูปเป็นคนๆเดียวกัน ฉันก็นึกว่าเป็นคนละคนน่ะสิ” สิงหาหัวเราะร่วน

“ทำไม ถ้าไม่ใช่คนๆเดียวกัน ทำไมหน้าเหมือนกันขนาดนี้วะ”

“ไอ้ศิน แกนี่มันเพี้ยน ก็ถ้าสองคนนี้ไม่ใช่พี่น้องกัน ก็คงเป็นแฝดมั้ง ดูดิ เหมือนกันอย่างกับแกะ แต่จะว่าไปนะ คนที่แต่งตัวเปรี้ยวๆนั่น ออกจะสูงแล้วก็หุ่นดีกว่าอีกคนตั้งเยอะ” คำพูดของสิงหาทำเอาวศินอึ้งไปชั่วครู่ “แฝด” งั้นเหรอ จริงสิ ทำไมเขาไม่เคยคิด ถ้ารวิกาน๖มีแฝดล่ะ แต่จะเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อผ่องมีลูกสาวแค่คนเดียว

“แกว่าอะไรนะ แฝด”

“เออสิ แกจะบ้าเหรอ ถ้าไม่ใช่แฝดใครจะเหมือนกันได้ขนาดนี้ พี่น้องก็คงไม่เหมือนกันขนาดนี้หรอก แต่จะว่าไป ทำไมวะ ก็ไหนว่าคนๆเดียวกันไง” สิงหาทำหน้างง

“ก็ถ้าแกไม่พูด ฉันก็คงไม่คิด แต่เท่าที่ฉันรู้ ตะวันไม่มีพี่น้อง ผ่องมีลูกคนเดียว สำคัญเลยนะ ฉันไม่คิดว่าคนอย่างตะวันจะเที่ยงกลางคืน”

“อ้าว ก็ไหนว่าเป็นคนเดียวกัน”

“ก็ไม่มั่นใจเท่าไหร่หรอก เพราะปกติ ตะวันเรียบร้อย แต่เมื่อก่อน ฉันคิดว่เด็กในใจแตก จนกระทั่ง” วศินเงียบไป ทำเอาเพื่อนสงสัย

“จนกระทั่งอะไรวะ”

“เออน่า มีบางอย่างทำให้ฉันมั่นใจว่าเขาไม่ใช่เด็กใจแตก เฟิร์ทไปทั่ว” วศินหลบสายตาแล้วมองรูปถ่ายสองภาพไปมา

จะว่าไปมันก็จริงอย่างที่สิงหาพูด รูปของตะวันที่ถ่ายในชุดทำงานซึ่งเขาแอบถ่ายเอาไว้ดูจะมีน้ำมีนวล ขาวผ่อง ไม่เคยแต่งหน้าหากไม่จำเป็น แต่งตัวเรียบร้อยเสมอ ไม่เคยเปิดเผยแต่อย่างใด แต่อีกรูปกลับต่างกัน ถึงจะต้องมองนานๆก็เถอะ แต่ก็ต่างกันจริง รวิกานต์ไม่มีทางแต่งตัวเปรี้ยวฉูดฉาดแบบนี้ออกจากบ้านโดยไม่มีใครรู้แน่นอน

“แล้วแกจะรู้ได้ยังไงว่าเขาไม่ใช่คนสองบุคลิก”

“ดูไม่ยากหรอก คนสองบุคลลิกอ่ะมีน้อย คนที่จะเป็นแบบนั้นได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะ มันต้องบกพร่องตั้งแต่ต้นกำเนิด แกคิดว่า เด็กคนนี้เป็นแบบนั้นมั้ยล่ะ” สิงหาบอก แล้วยกแก้วขึ้นกระดกต่อ

“ก็ไม่เชิงคิด แค่คิดว่าอาจจะเป็น”

“แต่ถ้าเป็นแบบนั้นจริง แกจะทำยังไง คนแบบนี้อันตรายนะเว้ย ปล่อยไว้ จะเป็นอันตรายกับคนอื่นด้วย” สิงหาเตือนด้วยความเป็นห่วง

“ก็นั่นน่ะสิ ฉันก็กลัว แต่ฉันไม่อยากจะคิด ว่าตะวันเป็นแบบนั้น”

“แล้วแกจะเอายังไง”

“ฉันจะทำยังไง ถึงจะรู้ว่าคนสองคนนี้ ไม่ใช่คนๆเดียวกัน” วศินเอ่ยขึ้น
สิงหาทำหน้าคิดอยู่นาน ก่อนจะสรุปเหตุการณ์ และเสนอแนวคิดให้กับวศิน ทั้งคู่ตกลงกัน สิงหาจะช่วย และวศินจะต้องยอมรับความจริง หากพิสูจน์แล้วว่า คนทั้งสอง เป็นคนๆเดียวกัน


....................
หมายเหตุ : เข้าสู่ระบบก่อน จึงจะโพสความคิดเห็นได้
Untitled Document