header
Untitled Document
Left
 
สั่งซื้อ หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว แจกฟรีทันที รักร้อนดั่งไฟ, ไฟรักผลาญใจ, ใจขอเพียงรัก, ดั่งสวรรค์สาป...ว่าให้รัก, หวานชะมัดแผนรักปล้นใจ จะเลือกเล่มใดเล่มหนึ่งหรือทั้งหมดก็ได้ ค่าส่งเล่มละ 50 บาท (เลือก 5 เล่มก็ 250 บาท) โอนเงินมาพร้อมกับการสั่งซื้อ หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว เข้าบัญชี มงคลชัย ชัยวิสุทธิ์ ธนาคารกสิกรไทย 731-2-44211-0 เสร็จแล้วส่งสลิปใบโอนเงินและชื่อที่อยู่ที่ให้จัดส่งพร้อมเบอร์โทรศัพท์ มาที่ mchaivis@hotmail.com โปรโมชันนี้ถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2559 เท่านั้น รีบหน่อยนะคะก่อนหนังสือจะหมด

Click
เล่ห์ร้ายพ่ายกุหลาบ
โดย Tipnitcha เมื่อ 2017-05-11
รถสปอร์ตสีแดงสุดหรูแล่นผ่านถนนลูกรังด้วยความเร็วสูง ก่อให้เกิดฝุ่นละอองม้วนตัวในอากาศจำนวนมาก แม้ถนนจะเป็นลูกรังสีแดงเกอะ และมีหลุมเล็กใหญ่ตลอดเส้นทาง แต่ไม่มีทีท่าว่ารถคันเดิมจะลดความเร็วลง กระทั่ง เมื่อสุดทาง และพบว่าที่นั่นคือจุดหมายปลายทาง รถยนต์คันหรู ก็ชะลอและจอดเทียบที่หน้ารั้วสีขาว ที่มีแนวยาวไปจนสุดทาง

"ที่นี่เหรอ" แผนที่ในมือถูกหยิบขึ้นมาดูอีกครั้ง มองเพ่งแล้วเพ่งอีก เพื่อความแน่ใจว่าไม่ได้มาผิดที่ และที่สำคัญ มันดูห่างไกลความเจริญมากไปหน่อย ถนนก็ยังเป็นลูกรัง รั้วบ้านก็เก่า น่าจะไม่ได้รับการดูแลมานานพอสมควร

เมื่อมั่นใจแล้วว่านี่คือจุดหมายปลายทางของตัวเอง 'มีนา' ลงจากรถด้วยท่าทีเก้กัง ฝุ่น
จากการเหยียบคันเร่งแบบไม่บันยะบันยังของมีนา ยังคงลอยอบอวลในอากาศเล็กน้อย ส่งผลให้คันเก่งแสนโก้ที่มีสีแดงเพลิง กลายเป็นสีสนิมไปทั้งคัน

ร่างสูงของมีนายืนมองบรรยากาศรอบๆอย่างระแวดระวัง หญิงสาวกำลังคิดไปไกลถึงภาพยนต์ที่เคยๆดูมาผ่านตา หรือละครที่เด็กรับใช้ในบ้านติด หากสภาพรั้วเช่นนี้ สภาพถนนแบบนี้ คงจะมีผีเจ้าคุณทวดกระมัง

พอนึกได้แบบนั้น มีนาก็ลูบแขนเรียวของตัวเองเบาๆ ถอนใจอย่างหนักหน่วง และก้าวเข้าไปสำรวจทันที

"อ้าว ไม่ได้ล็อกนี่ ไหนว่าไม่มีใครอยู่" มีนาชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ารั้วไม่ได้ถูกล้อกเอาไว้เช่นที่เจ้าของเก่าเคยบอกมา กุญแจในมือถูกเก็บลงกระเป๋าทันทีเมื่อสัญชาติญาณบอกว่าบ้านหลังนี้เริ่มไม่ปลอดภัย และควรหาอะไรป้องกันตัว

มีนาคว้าได้กับเหล็กเส้นพอดีมือที่วางแอบอยู่ข้างรั้ว หญิงสาวจับเหล็กไว้แน่น พร้อมย่องเข้าไปในบ้านอย่างระแวดระวัง หญิงสาวใช้วิชาความรู้ที่พี่ชายซึ่งเป็นนายตำรวจใหญ่สอนมา สังเกตุทุกอย่างที่เดินผ่าน ความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น แม้แต่เสียงใบไม้สั่นไหว มีนาก็หันมองอย่างระวังตัว

กระทั่งหญิงสาวเดินผ่านแนวไม้จากรั้วมาตามทางเดินร่มรื่นมุ่งตรงสู่ตัวบ้าน ก็ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ มีนาถอนหายใจอย่างโล่งอก ลดมือลงเมื่อคิดว่าตัวเองปลอดภัย

"ไม่เห็นจะมีอะไร สงสัยคิดไปเอง" หญิงสาวยังคงบ่นกับตัวเอง โดยไม่รู้ว่า ในมุมหนึ่งของสวน มีสายตาของใครบางคนมองจ้องมา

มีนาหันมองรอบกาย เพิ่งสังเกตุเห็นต้นไม้ใบหญ้าที่ปกคลุมทางเดินตั้งแต่รั้วมาจนถึงตัวบ้าน มองเห็นความร่มรื่นสวยงามของสวนที่อยู่ทางด้านขวา และสระว่ายน้ำขนาดเล็ก ตัวบ้านทำจากไม้และกระจกทั้งหลัง ด้านหน้าทีระเบียงกว้างซึ่งด้านหนึ่งมีโต๊ะเล็กๆสำหรับนั่งชมสวน มีนาไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปสำรวจภายใน

'ในบ้านมีแค่เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไม่กี่อย่าง เพราะไม่มีคนอยู่นานแล้ว อาจจะต้องทำความสะอาดและเปลี่ยนเครื่องใช้ทั้งหมด คุณลองไปดูก่อน จะเปลี่ยนหรือทิ้งอะไร ทำได้ตามสบายเลยนะคะ' นี่คือสิ่งที่ 'พีรยา' เจ้าของบ้านคนเก่าบอกเธอไว้

มีนาล้วงกุญแจออกมา เพื่อไขเข้าไปในบ้าน หญิงสาวพยายามหาว่ากุญแจดอกไหนที่ไขประตูใหญ่ พวงกุญแจที่พีรยาให้มามีหลายดอก ทั้งเล็กทั้งใหญ่ มีนาจึงเลือกดอกใหญ่ที่สุดและดูน่าจะไขเข้าไปในช่องกุญแจได้มากที่สุดออกมา

ความพยายามที่มีส่งไปที่กุญแจดอกแรก แต่ ใส่ไม่เข้า หญิงสาวทำหน้าเซ็งและเปลี่ยนดอกไปเรื่อยๆจนกระทั่งมีดอกที่สามารถเสียบเข้าไปได้

"ได้แล้ว" หญิงสาว ดีใจยิ้มกว้าง แต่พอหมุน กลับไม่สามารถหมุนกุญแจได้ มีนาลองทางซ้ายที ขวาที แต่ไม่มีทีท่าว่าจะออก จนในที่สุด หญิงสาวก็หงุดหงิดและทุบที่ประตู

"โอ้ย! แล้วมันดอกไหนกันเนี่ย" มีนาพ่นบมหายใจแรงๆ ลองอีกครั้งก็ยังไม่มีท่าว่าจะเปิดออก จนในใจก็คิด 'เดี๋ยวก็พังมันซะเลย'

"นี่คุณ ทำแบบนั้นจะพังบ้านหรือไง" เสียงจากข้างหลังทำให้มีนาสะดุ้งสุดตัว ก่อนหมุนตัวอย่างรวดเร็วแล้วตั้งท่าอย่างระแวดระวัง

"นี่ คุณเป็นใคร เข้ามาในนี้ได้ยังไง ใครอนุญาติ" มีนาท่าทางเลิกลั่ก มองซ้ายมองขวา
คนตรงหน้าท่าทางไม่น่าไว้ใจ สวมใส่เสื้อยืดสีมอๆ ทับด้วยเสื้อเชิ้ตลายขวางเก่าๆ กางเกงขาดๆกับรองเท้าผ้าใบเน่าๆ ดูรวมๆแล้วสกปรก จนไม่น่าเข้าใกล้ ใบหน้าก็ดำด่าง เหมือนกับทหารที่พรางตัว

"โอ้ยคุณ ไม่ต้องกลัวผมหรอก ผมชื่อดิน เป็นคนสวน นี่คุณเพื่อนไม่ได้บอกคุณเหรอ" เขาโบกไม้โบกมือให้ เป็นการยอมความ แต่มีนายังไม่ไว้ใจ

"เพื่อนไม่ได้บอก ว่าที่นี่มีคนสวน" หญิงสาวหลิ่วตา ขยับออกห่างเมื่ออีกฝ่ายก้าวเข้ามา

"ก็เขาเห็นคุณจะมา เขาเลยอยากให้ผมมาดูแลสวน สวนที่นี่ปล่อยร้างมาหลายปี เขาคงกลัวคุณจะถูกงูกัด" เจ้าของร่างสอมซ่อเดินเฉียดตัวมีนาไป เขาหันหน้าเข้าหาประตู ในขณะที่มีนาถอยกรูดมาอยู่บริเวณโต๊ะทานน้ำชา

"อ่ะ เปิดได้แล้ว คุณเข้าไปด้านในได้เลยนะ เสร็จแล้วก็บอกผม เดี๋ยวจะมาล็อกเอง" เขาหันไปหามีนา และเปิดประตูออกกว้าง

"นั่น คุณทำได้ยังไง ฉันไขตั้งนาน ไม่เห็นออก..." มีนาตั้วข้อสงสัย

"โธ่คุณ จะสงสัยอะไรนักหนา ก็บ้านมันเก่าแล้ว รูกุญแจมันก็คงขึ้นสนิม มือเล็กๆแบบคุณ คงจะไม่มีแรงพอจะดันสนิมออกหรอกมั้ง มันเลยไม่ยอมออกให้คุณไง" เขาว่า พรางส่งกุญแจให้ "แล้วไม่ต้องเรียกผมว่าคุณหรอกนะ เดี๋ยวขี้กากขึ้นกะบาล เรียกไอ้ดิน นายดิน หรืออะไรก็ได้ตามใจคุณ ผมจะอยู่ตรงนั้น มีอะไรก็เรียกได้" คนสวนชื่อดิน พูดพร้อมกับเดินออกไป เขาชี้นิ้วบอกที่มั่นว่าเขาจะอยู่บริเวณสวนข้างบ้าน มีนาทำหน้าแหยๆ แต่ก็พยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้

มีนาใช้เวลาไม่นานในการสำรวจบ้านใหม่ที่เธอเป็นเจ้าของ เธอจดบันทึกทุกอย่างลงสมุด เพื่อเอาไว้ไปเตรียมตัว ปรับปรุงบ้านให้กลับมาน่าอยู่เหมือนเดิม

กลิ่นดอกไม้จากสวนด้านข้างโชยเข้ามาทำให้มีนาเดินตามกลิ่น ไปจนถึงต้นแก้วต้นใหญ่ ที่กำลังออกดอก เบ่งบาน ขาวโพลนไปทั้งต้น มีนายิ้มอ่อนโยน เอื้อมมือเด็ดดอกแก้วมาไว้ในมือ

"อย่างคุณไม่เหมาะกับดอกแก้วหรอก" เสียงของดินทำให้มีนาหลุดจากพวังที่กำลังก่อตัวเมื่อครู่

"หมายความว่ายังไง นายบอกว่าฉันไม่เหมาะกับดอกไม้งั้นเหรอ" คิ้วสวยขมวดมุ่นเมื่อกำลังถูกวิจารณ์

"ไม่เลยครับ ผมหมายถึง คุณ เหมาะกับ นี่ครับ..." กุหลาบสีแดงสดถูกยื่นมาตรงหน้า มีนารับเอาไว้แล้วทำหน้างงๆ

"ก็คุณสวย เหมาะกับกุหลาบมากกว่าครับ สวย คม ดูเป็นผู้ดี" ดินว่า แล้วหันไปลงมือพรวนดินต่อ

"ขอบใจนะ แต่ฉันก็ชอบดอกแก้ว หอมดี ฉันจะไปละ นายอยู่ที่นี่ตลอดหรือเปล่า"

"ครับ ผมอยู่ที่นี่ตลอด"

"งั้นก็ดี ฉันไม่แน่ใจว่าเพื่อนให้เงินคุณเท่าไหร่ แต่ต่อไป ฉันจะจ้างนายเอง นายไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะบอกเพื่อนเอง อ้อ อีกสองสามวันฉันจะมาใหม่ จะพาช่างใาปรับปรุงบ้าน ยังไง นายก็ช่วยหน่อยนะ" มีนาบอก แล้วส่งยิ้มให้ ท่าทีหวาดกลัวเมื่อครู่หายไป เมื่อถูกชม
ว่าสวย

"คุณจะกลับแล้วเหรอครับ"

"ใช่สิ เอาไว้ค่อยเจอกันนะ" หญิงสาวโบกมือให้ แว่นตากันแดดถูกหยิบขึ้นมาสวม ก่อนจะก้าวออกไปด้วยท่วงท่าสง่างามสมเป็นนางแบบมาหลายปี
สิ้นเสียงรถยนต์คันเก่งของมีนา นายดินลุกขึ้นเท้าสะเอวมองกลับไผยังบ้านสองชั้นที่ตั้งตะหง่านอยู่ลึกสุดในรั้ว

"ถ้าแม่ยังอยู่ แม่จะรู้สึกยังไงครับ ที่บ้านของเรา กำลังจะเป็นของคนอื่น" สายตาจับจ้องมองบ้านด้วยอาการยากจะคาดเดา มือสั่นเทาเอื้อมหยิบเสียม แล้วถอยห่างจากสวนดอกไม้ ที่ครั้งหนึ่ง 'สุมาลี' เคยเป็นเจ้าของ

"ผมจะเชื่อแม่ สักครั้ง นะครับ..." ชายหนุ่มจ้องมองตัวบ้านเนิ่นนาน ก่อนจะเดินออกมาจากตรงนั้น ล็อกบ้าน และกลับออกไผ

.............

บ้าน ชยานนท์

รถของมีนาแล่นเข้ามาในบ้านด้วยความเร็วปานจรวด แต่ 'มะลิ' สาวใช้วัยยี่สิบต้นๆก็เร็วกว่า ถลาเข้าไปหามีนาทันทีที่หญิงสาวก้าวลงจากรถ

"คุณมีนนนน ขาาาา..." มะลิลากเสียงยาวแล้วเบรกมีนาเอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ก้าวขึ้นบันได

"มีอะไรมะลิ เอานี่ไป ฉันซื้อมาฝาก แบ่งขึ้นโต๊ะที่เหลือก็เอาไปแบ่งกันนะ" มีนายื่นถุงขนมใบใหญ่ให้ แล้วทำท่าจะเดินเข้าไปในบ้าน

"คุณมี้นน คุณมีน เดี๋ยวๆ คือ มะลิว่า คุณมีนไปหาคุณพิชาก่อนดีไหมคะ เห็นองุ่นบอกว่า คุณพอชากลับมาบ้านวันนี้" มะลิร้อวห้ามเสียงสูง พร้อมกับอ้าวคนของบ้าน ธนาธร

"มะลิ" มีนาหลิ่วตา "มีอะไร"

"คือ มะลิคิดว่า คุณมีนน่าะจไปหาคุณพิชาน่ะค่ะ" สาวใช้จอมจุ้นพยักเพยิดหน้าไปทางโรงจอดรถ ทำให้มีนาเห็นว่ามีรถแปลกตาจอดอยู่

"มานานหรือยัง" สีหน้าเซ็งจัดฉาบบนหน้าของมีนาทันที

"มารอสองชั่วโมงแล้วค่ะ"

"ดี วันนี้ฉันไปกินข้าวบ้านพิชานะ บอกทุกคนด้วย ว่าไม่ต้องรอ" พํดจบ มีนาก็หมุนตัวเดินตรงไปยังบ้านธนาธร เพื่อนบ้านที่รู้จักกันมาหลายสิบปี โดยที่รั้วติดกัน จะมีประตูข้ามไผยังอีกฝั่งหนึ่งได้

มะลิเดินย่องๆและหลบเข้าหลังบ้านไปก่อนที่จะมีใครเห็น แต่ก็ไม่พ้นสายตาผู้เป็นนาย

"นังมะลิ" เสียงคุณหญิงทับทิม ประมุกของบ้านดังพอที่จะทำให้มะงิหยุดชะงักได้

"คุณมีนไปไหน ฉันได้ยินเสียงรถ ทำไมยังไม่เข้ามา"

"เอ่อ คือ เอ่อ..." มะลิลทำหน้าเลิกลั่ก หันซ้ายหันขวาหาตัวช่วย แต่คงไม่มีใครช่วยได้ เลยได้แต่ยิ้มแหยๆ

"ว่ายังไงล่ะ หลานสาวฉันอยู่ไหน" คุณหญิงทับทิมทุบโต๊ะปัง มะลิสะดุ้ง คนในโต๊ะก็สะดุ้งไปด้วย

"ไปบ้านคุณหมอค่ะ" มะลิบอก

"อะไรนะ..." คุณหญิงกำลังจะของขึ้น แต่แพรพรรณพยายามช่วยให้สงบลง

"คุณแม่ใจเย็นๆนะคะ เดี๋ยวคุณมีนก็มาค่ะ" แพรพรรณแตะแขนเบาๆ "ไม่เอาค่ะเดี๋ยวความดันขึ้น"

"นั่นสิครับ คงไปหาหนูพิชา เห็นว่าวันนี้กลับมาบ้าน" บดินทร์ ลูกชายคนเดียวถึงกับนั่งไม่ติด แอบคิดในใจ 'ไอ้ลูกบ้า ก่อเรื่องอีกแล้ว’

"ไม่ได้ เห็นไหม คุณเอกอุตส่าห์มาหา มารอตั้งนานสองนาน จู่ๆ มาถึงก็ไปบ้านนู้นใช้ได้ที่ไหน ไปตามมันมาเดี๋ยวนี้" คุณหญิงทับทิมร้องสั่งปากคอสั่น

"แต่คุณแม่คะ..."

"แต่อะไร ไปสิ ยืนบื้อทำไมนังมะลิ ไปตามคุณหนูแกมา"
มะลิพยักหน้าหหงึกๆแล้วรีบวิ่งออกไปจากตรงนั้น

"เอ่อ ผมว่าไม่เป็นไรดีกว่าครับ เดี๋ยววันนี้ผมกลับก่อนดีกว่า เอาไว้ผมค่อยมาใหม่นะครับ ลาละครับ" เอกหรือเกรียงไกร ส่ายหน้าดิก พร้อมลากลับ เพราะเห็นว่าบรรยากาศเริ่มคุกรุ่นเกินไป

เกรียงไกรเป็นเจ้าของนิตยสารชื่อดัง ที่มักจะแวะเวียนมาขายขนมจีบมีนาเป็นประจำ และคุ้นเคยกับคุณหญิงทับทิม เวลามา เกรียงไกรจะสรรหาข้าวของมากมายมามอบให้ คุณหญิงทับทิมจึงสนับสนุนให้มีนาชอบพอกับเกรียงไกรอย่างออกนอกหน้า เพราะหวังจะให้หลานสาวสุขสบายในอนาคต แม้ว่าหลานสาวจะปฏิเสธว่าไม่ชอบเกรียงไกรเลยก็ตา

"ถ้ากลับมา ให้ไปหาฉันที่ห้องหนังสือ สงสัยต้องจัดการขั้นเด็ดขาด พูดดีๆไม่ฟัง" คุณหญิงทับทิมส่งสายตาคาดโทษลูกชายและลูกสะใภ้ ก่อนจะลุกออกไปจากโต๊ะอาหาร

"ทำไมมีนถึงได้ชอบขัดใจคุณแม่นักนะ" บดินทร์อดที่จะบ่นไม่ได้

"คุณทำเหมือนไม่รู้จักลูกสาวตัวเอง คุณมีนไม่ใช่คนที่ใครจะมาบังคับได้ง่ายๆ ที่สำคัญ คุณมีนไม่ใช่คนที่จะให้ใครมาหาเลี้ยงหรอกค่ะ"

"มันก็ถูก แต่มันจะหลักลอย จนจะขึ้นคานแบบนี้ไม่ได้นะคุณ"

"ก็ให้เวลาแกหน่อยสิคะ เดี๋ยวก็คงเจอคนที่ใช่เอง"

"กลัวจะแก่ตายก่อนสิ"

"โธ่คุณคะ คุณยังแข็งแรง แพรคิดว่า คุณยังอยู่ได้อีกนานค่ะ" แพรพรรณหยอกล้อสามี บดินทร์โอบกอดภรรยาสัดที่รักเอาไว้ สีหน้าของคนเป็นพ่อเริ่มครุ่นคิด คงต้องหาทางทำอะไรสักอย่างจริงๆ

......

บ้านพลากร

"แกก็ยอมให้คุณย่าจับหมั้น แค่นี้เรื่องก็จบ" พิชา สาวสวยนักวิทยาศาสตร์แว่นหน้าตากลมทรงผมลูกมะพร้าว เดินพูดไป กินไป รอบๆตัวมีนาที่นั่งอยู่บนโซฟากลางบ้าน

"พูดง่ายนะแก ถ้าคุณยายแจ่มจับแกแต่งบ้าง แกจะว่าไง"

"ฉันจะรีบแต่งเลย"

"เฮ้ย ทำไมง่าย" มีนาหันมองเพื่อนขวับพรางอ้าปากค้าง

"ก็ฉันไม่ยากไง แกจะคิดอะไรมากอายุก็ปาเข้าไปสามสิบละอีกอย่าง ย่าเล็กนะ ไม่ใช่ว่าจะไม่มีตา เขาเห็นว่าคุณเอกดี คุณเอกก็คงดีจริง ไม่งั้นเขาจะอยากยกแกให้เหรอ ย่าเล็กรักแกจะตาย" พิชากระโดดลงไปนั่งข้างๆมีนา พร้อมจิ้มแตงโมใส่ปากเพื่อน

"แต่ฉันไม่ชอบ"

"งั้นแกก็บอกย่าเล็กไปสิ ว่าไม่ชอบ"

"บอกแล้ว ฟังที่ไหน เอาแต่จะหาทางให้มาเจอกัน รู้งี้ไม่กลับมาจากฮ่องกงดีกว่า" มีนาหน้าง้ำ รู้สึกเซ็งจับจิต

"เฮ้ยไม่ได้ ถ้าแกไม่กลับมา ย่าเล็กไปอาละวาดที่ฮ่องกงแน่"

"เออ ก็จริง แต่ฉันไม่อยากแต่งงานจริงๆนะพิชา"
พิชาถอนใจเฮือกใหญ่ "แล้วแกจะทำยังไง อีกไม่นาน ย่าเล็กจับแกมัด แล้วยกให้คุณเอกแน่นอน แกเชื่อสิ" พิชาเองก็ไม่รู้จะช่วยเพื่อนยังไงดี เพราะระดับคุณหญิงทับทิมที่ใหญ่คับบ้าน พิชาไม่กล้าหือ อย่าว่าแต่พิชาเลย ขนาดบดินทร์ ซึ่งเป็นลูกชายคนเดียวและเป็นพ่อของมีนา ยังไม่กล้ากับคุณหญิงทับทิม

"ฉันคิดว่าฉันมีวิธี..." มีนาหลิ่วตาใส่เพื่อน พิชาเอียงตอมองงงๆ

"วิธีอะไรของแก"

"เออน่า เดี๋ยวแกก็รู้" มีนาบอกแค่นั้น แล้วลุกจากโซฟา เดินออกไปจากบ้าน ทิ้งให้พิชาทำหน้างุนงงอยู่เพียงลำพัง
......

โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ....
หมายเหตุ : เข้าสู่ระบบก่อน จึงจะโพสความคิดเห็นได้
Untitled Document